
‘เอสพีซีจี’ขอ5พันล. รับปีนี้วืด2เป้าใหญ่
เอสพีซีจี หวังปีหน้ารายได้กว่า 5,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้พลาดเป้า กองทุนอินฟราฯ เกิดช้ากว่าแผนที่ตั้งไว้
เอสพีซีจี หวังปีหน้ารายได้กว่า 5,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้พลาดเป้า กองทุนอินฟราฯ เกิดช้ากว่าแผนที่ตั้งไว้
นางออมสิน ศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจในปี 2557 ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้สูงกว่า 5,000 ล้านบาท เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์มทั้ง 36 แห่งเข้ามาเต็มทั้งปี คาดรายได้ประมาณ 4,600-4,700 ล้านบาท และยังมีรายได้จากโครงการอื่นๆ
สำหรับปีนี้บริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้ลงเหลือ 2,400 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 2,500-2,600 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์มไม่เป็นไปตามเป้าหมาย คาดว่าจะสร้างได้เพียง 30 โครงการ จากแผนที่กำหนดไว้ 36 โครงการ เป็นผลจากขั้นตอนการขอใบอนุญาตเริ่มจำหน่ายไฟฟ้า (ซีโอดี) ล่าช้า และบางแห่งเพิ่งหาที่ดินได้
ด้านธุรกิจโซลาร์รูฟจะรับรู้รายได้ในปีนี้เพียง 10% จากงานในมือที่มีอยู่ (แบ็กล็อก) 500-600 ล้านบาท เนื่องจากเพิ่งเริ่มเข้าไปติดตั้งแผงโซลาร์รูฟ คาดว่าจะส่งมอบได้แค่ 10% ของปริมาณงานเท่านั้น
นอกจากนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการทบทวนแผนจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) เนื่องจากการเจรจากับธนาคารเจ้าหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ยังไม่ยุติ เพราะการนำโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มทั้ง 7 โรงขายเป็นสินทรัพย์ของกองทุน ทำให้รายรับของบริษัทลดลงถึง 7.8% ดอกเบี้ยเฉลี่ย 5% จึงแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอีกรายแก้ไขปัญหานี้ และคาดว่าคณะกรรมการจะพิจารณาภายในปีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เจรจากับธนาคารให้ลดหนี้ส่วนทุนลงแต่ไม่สำเร็จ
ด้านผลงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ SPCG มีกำไรสุทธิ 96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 357% จากกำไรสุทธิเพียง 21 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 9 เดือน มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 300 ล้านบาท ขยายตัว 733% จากระยะเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 36 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต ยังคงแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากจะมีกำไรที่เติบโตก้าวกระโดดในปีหน้าจากรายได้ของ 36 โครงการ และอาจจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากโครงการโรงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะเปิดถึง 800 เมกะวัตต์ และ SPCG ซื้อขายที่ พี/อี ต่ำที่สุดในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน







