
ข้าว‘เอเฟท’วืดเป้า
อนุมัติแค่10%จากที่ขาย1.2แสนตันเล็งขนไปบริจาคช่วยเหลือฟิลิปปินส์
อนุมัติแค่10%จากที่ขาย1.2แสนตันเล็งขนไปบริจาคช่วยเหลือฟิลิปปินส์
ประมูลข้าวผ่านตลาดเอเฟท อนุมัติขายแค่ 1.49 หมื่นตัน แค่ 10% ที่เปิดขาย ที่เหลือเสนอราคาต่ำไป
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ผลการประมูลข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟท) ด้วยวิธีหักส่วนต่าง เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้อนุมัติจำหน่ายข้าวสาร 5% ปริมาณ 1.49 หมื่นตัน จากการประมูลทั้งหมด 1.2 แสนตัน ให้บริษัท พิจิตรโรงสีร่วมเจริญ 2 เพียงรายเดียว จากผู้เข้าร่วม 5 ราย ในราคาส่วนต่าง ลบ 1.70ลบ 2.00 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ส่วนข้าวหอมมะลิที่เปิดประมูล 3 หมื่นตันนั้น มีผู้เสนอราคาส่วนต่าง ลบ 6.00ลบ 6.50 บาทต่อ กก. ไม่ได้อนุมัติขายเพราะราคาต่ำเกินจริง
ขณะเดียวกัน ได้พิจารณาให้เปิดประมูลข้าวผ่านเอเฟทรอบที่ 2 ปริมาณ 1.25 แสนตัน แยกเป็นข้าว 5% ปริมาณ 9.47 หมื่นตัน จากคลังจังหวัดนครสวรรค์ สระบุรี และสุพรรณบุรี และข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ปริมาณ 3.11 หมื่นตันจากคลังจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา โดยจะให้ผู้ที่สนใจร่วมตรวจสอบคุณภาพข้าวระหว่างวันที่ 16-20 พ.ย. และกำหนดยื่นซองในวันที่ 25 พ.ย. ที่กระทรวงพาณิชย์
“ข้าวที่ซื้อขายตลาดเอเฟทคิดเป็น 10% ของข้าวที่เปิดขายทั้งหมด โดยสาเหตุที่มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลไม่มากเพราะมีขั้นตอนซับซ้อน และเป็นช่วงเดียวกับที่ผลผลิตข้าวใหม่เริ่มออกสู่ตลาด ทำให้ผู้ซื้อส่วนหนึ่งไปซื้อข้าวในตลาดจริง แต่หากมีการประมูลสม่ำเสมอจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยเข้าร่วมประมูล และจะมีผู้ประมูลมากขึ้น” นายสมชาติ กล่าว
สำหรับการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/2557 ตั้งแต่เริ่มโครงการวันที่ 1 ต.ค.จนถึงปัจจุบัน มีข้าวเปลือกเข้าโครงการจำนำแล้ว 2.5 ล้านตัน มีการเปิดจุดรับจำนำมากกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ และคาดว่าเดือน พ.ย.นี้ จะมีข้าวเปลือกเข้าโครงการเพิ่มอีก 34 ล้านตัน โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะจ่ายเงินในสัปดาห์นี้
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือบริจาคข้าวสารให้ประเทศฟิลิปปินส์ที่ประสบภัยธรรมชาติ เบื้องต้น กระทรวงพาณิชย์อาจเสนอให้บริจาคข้าวที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ฟิลิปปินส์เป็นผู้ซื้อข้าวใหญ่อันดับสองของอาเซียนเฉลี่ยปีละหลายล้านตัน







