posttoday

เทคโนโลยีก้าวกระโดด

08 พฤศจิกายน 2556

เทคโนโลยีมักจะมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและสร้างการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ เสมอ

เทคโนโลยีมักจะมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและสร้างการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ เสมอ

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศในหลายเรื่อง อาทิ การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) สถานการณ์การแข่งขัน ภาวะโลกร้อน กฎหมาย การเมือง รวมทั้งเทคโนโลยีด้วย

และอีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ “การเพิ่มผลผลิต” หรือ “ผลิตภาพ” (Productivity) ของธุรกิจอุตสาหกรรมและภาคบริการในประเทศ

ปัจจัยสำคัญที่จะมีส่วนช่วยในการเพิ่มผลผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรต่างๆ จึงหนีไม่พ้นเรื่องของความสามารถทางเทคโนโลยีขององค์กรวิสาหกิจไทย

ตลอดระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา (ในช่วงศตวรรษที่ 20 ถึงศตวรรษที่ 21) มนุษยชาติได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีหลายๆ อย่างที่รวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์อย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นการ “ปฏิวัติทางเทคโนโลยี” หรือเกิด “เทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด” (Disruptive Technology) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไปเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของมนุษย์และวิธีการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างมากมายใหญ่หลวง

พูดง่ายๆ ว่า ร้อยปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลง (ความเจริญ) มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นล้านปี และมนุษย์ใช้เทคโนโลยีอย่างมาก

เราจะเห็นคนเดินตามท้องถนนที่มีโทรศัพท์มือถือราคาไม่กี่พันบาทเพียงเครื่องเดียวก็สามารถทำกิจกรรมได้เกือบทุกอย่างในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีในระดับที่ใกล้เคียงกับความสามารถของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) ราคาหลายร้อยล้านบาท เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

เราเห็นโทรทัศน์จอแบนแทนจอโค้งนูน รวมตลอดถึงการใช้กล้องถ่ายรูปดิจิตอลแทนกล้องที่ใช้ฟิลม์แบบเก่า วันนี้แทบทุกคนมีโทรศัพท์มือถือและหลาย ๆ คนก็มีกล้องถ่ายรูปแบบดิจิตอลที่เกิดจากเทคโนโลยีก้าวกระโดด

“เทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด” ที่จะส่งผลต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์และเศรษฐกิจโลกอย่างมาก จะต้องมีคุณลักษณะสำคัญ ดังนี้

ประการแรก จะต้องแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านราคา (ที่ถูกลง) และความสมรรถนะ (ที่สูงขึ้น) อย่างรวดเร็วมากกว่าเทคโนโลยีแบบเดิมๆ เช่น โทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูป การลำดับจีโนม (Genome) หรือการจัดเรียงพันธุกรรมของมนุษย์ภายในไม่เกินชั่วโมง โดยมีต้นทุนพียงไม่กี่พันบาทในต้นทศวรรษหน้า เป็นต้น

ประการที่สอง จะต้องส่งผลกระทบในวงกว้าง และทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่ผลิตสินค้าและให้บริการต่างๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น โมบายอินเทอร์เน็ต ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของกว่า 5,000 ล้านคนทั่วโลก กลายเป็นเครื่องมือคู่กายสำหรับนักธุรกิจอุตสาหกรรม และนักพัฒนานวัตกรรม ทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้เกือบทุกอย่างบนโลก และเข้าถึงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ได้อย่างไม่จำกัด

ประการที่สาม จะต้องส่งผลกระทบต่อมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมาก ตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์รุ่นใหม่สามารถเพิ่มผลิตภาพและประหยัดต้นทุนการผลิตที่เป็นแรงงานได้มากกว่า 100 ล้านล้านบาท เทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud Technology) เป็นต้นสามารถเพิ่มผลิตภาพกว่า 100 ล้านล้านบาทในการบริหารจัดการระบบสารสนเทศขององค์กรทั่วโลก และยังสามารถสร้างสรรค์สินค้าและบริการออนไลน์สำหรับกลุ่มลูกค้านับพันล้านคน

ประการที่สี่ จะต้องส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างสูง โดยการเปลี่ยนแปลงสภาวะความเป็นอยู่และการทำงานของมนุษย์ หรือเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต หรือเปลี่ยนความได้เปรียบในเชิงแข่งขันของประเทศ เทคโนโลยีการศึกษาจีโนมของสิ่งมีชีวิต จะพัฒนาวงการแพทย์สมัยใหม่ให้สามารถรักษาโรคร้ายได้ทุกชนิด เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานที่เปลี่ยนแปลงวิธีการ เวลา และสถานที่ในการใช้พลังงานของมนุษย์ การสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซสมัยใหม่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น

เทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดไม่เพียงแต่สร้างการเปลี่ยนแปลงในสิ่งต่างๆ อย่างมากจนบางครั้งไม่เหลือร่องรอยของเดิมเลย ที่อาการหนักก็คือ วันนี้มนุษย์เราต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีที่ว่านี้ จนกลายเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้แล้ว ครับผม!

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง