posttoday
‘อีสท์วอเตอร์’หดแผนภูเก็ต

‘อีสท์วอเตอร์’หดแผนภูเก็ต

30 ตุลาคม 2556

อีสท์วอเตอร์ หวั่นสู้ราคาคู่แข่งไม่ไหว ปรับแผนลงทุนโครงการน้ำที่ภูเก็ต หวังลดความเสี่ยงคุมต้นทุนน้ำดิบ

อีสท์วอเตอร์ หวั่นสู้ราคาคู่แข่งไม่ไหว ปรับแผนลงทุนโครงการน้ำที่ภูเก็ต หวังลดความเสี่ยงคุมต้นทุนน้ำดิบ

นายเจริญสุข วรพรรณโสภาค รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายปฏิบัติการ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรืออีสท์วอเตอร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดขนาดการลงทุนโครงการท่อส่งน้ำดิบใน จ.ภูเก็ต ด้วยการแบ่งเฟสลงทุนเป็น 2 เฟส คือ เฟสแรก 1,500 ล้านบาท และเฟสสอง 4,500 ล้านบาท จากเดิมจะลงทุนพร้อมกันมูลค่า 6,000 ล้านบาท ระยะทางท่อส่งน้ำจากเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี มายังภูเก็ต ความยาวท่อ 300 กม.

ทั้งนี้ เนื่องจากต้องการลดความเสี่ยงในการลงทุน และลดต้นทุนของโครงการ เพื่อให้ราคาขายน้ำดิบแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ โดยการแบ่งเฟสดังกล่าวจะลดระยะทางท่อส่งน้ำให้สั้นลง ทำให้ต้นทุนลดลง คำนวณราคาขายแล้วอยู่ที่ประมาณ 10 บาทเศษต่อลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่หากเป็นแผนเดิมที่ลงทุนรอบเดียว 6,000 ล้านบาท จะทำให้ราคาขายน้ำสูงถึง 20-30 บาทต่อ ลบ.ม. ในขณะที่ราคาขายน้ำดิบในภูเก็ต เฉลี่ยอยู่ที่ 13-14 บาทต่อ ลบ.ม. ซึ่งอยู่ระหว่างให้บริษัทที่ปรึกษาศึกษาภาพรวมของโครงการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปแนวทางลงทุนที่ชัดเจนในต้นปี 2557 และหากเป็นไปตามแผนก็พร้อมลงทุนทันที

สำหรับโครงการที่ จ.ภูเก็ต เป็นหนึ่งในโครงการที่บริษัทขยายการลงทุนไปยังภูมิภาคอื่นๆ จากปัจจุบันอีสท์วอเตอร์ เน้นการลงทุนในภาคตะวันออกเป็นหลัก โดยมีแผนลงทุนพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ๆ ระหว่างปี 2556-2559 เริ่มด้วย จ.ระยอง ซึ่งมีความต้องการน้ำมากที่สุดในภาคตะวันออก จะลงทุน 2 โครงการ รวมมูลค่า 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแก้มลิงทับมา 2,700 ล้านบาท เริ่มลงทุนปีนี้ถึงปี 2559

ขณะที่โครงการที่ 2 จะวางท่อน้ำดิบประแสร์ เส้น 2 มูลค่าลงทุน 2,800 ล้านบาท เริ่มต้นปี 2557 แล้วเสร็จปลายปี 2558 ส่วนการลงทุนแหล่งน้ำใหม่ใน จ.ชลบุรี อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของ 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการใช้น้ำจากบ่อดิน เป็นการซื้อน้ำจากภาคเอกชน และ 2. ใช้น้ำจากระบบบำบัดน้ำเสีย คาดว่าจะต้องลงทุน 1,000 ล้านบาทซึ่งจะพิจารณาว่ารูปแบบใด คุ้มค่ามากที่สุด จะเลือกรูปแบบนั้น แต่ถ้าคุ้มทั้ง 2 รูปแบบก็พร้อมลงทุนทั้งหมด โดยจะสรุปได้ต้นปีหน้า

สำหรับภาพรวมความต้องการใช้น้ำในปีนี้ยังคงเติบโต 67% ทั้งฝั่งอุปโภคบริโภค และฝั่งอุตสาหกรรม ส่งผลให้รายได้อีสท์วอเตอร์ปีนี้เติบโต 8% ส่วนกำไรเติบโต 10% แต่ปีหน้าคาดว่าการเติบโตจะลดลงเหลือ 45% เพราะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการน้ำลดลง และคาดว่ารายได้ปีหน้าจะเติบโตลดลงเหลือ 5%

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน