posttoday
ออนแอร์ กับ ออนกราวด์ช้างพาดแข้งสิงห์ ชิงเวิลด์คัพ

ออนแอร์ กับ ออนกราวด์ช้างพาดแข้งสิงห์ ชิงเวิลด์คัพ

30 เมษายน 2553

หากจะตั้งเป้าวัดผลกันที่ยอดขาย ในการเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือเวิลด์คัพ มองเท่าไหร่ก็ไม่มีทางคุ้มกับงบที่ต้องจ่ายเกือบ 100 ล้านบาท ในช่วงการแข่งขันเพียง 1 เดือน แต่สินค้าบริการทั้งหลายต่างต้องโดดร่วมกิจกรรมฟุตบอลโลกที่ 4 ปีเวียนมาฟาดแข้งกันครั้งหนึ่ง ก็เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับยี่ห้อหรือแบรนด์

โดยเฉพาะกลุ่มน้ำอัดลม โค้กกับเป๊ปซี่ ผลิตภัณฑ์กีฬาอาดิดาสกับไนกี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าโซนี่กับซัมซุงแอลจี ส่วนเบียร์แม้ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการระดับโลกจะเป็นเบียร์บัดไวเซอร์ แต่ในไทยกลายเป็นสมรภูมิของเบียร์ช้างกับเบียร์สิงห์ โดยเบียร์ช้างได้สร้างตำนานสนับสนุนการถ่ายทอดสดโดยไม่มีโฆษณา สร้างยี่ห้อจนโด่งดังมาแล้ว แต่จากกฎหมายที่ห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัดกิจกรรมสนับสนุนกีฬา ทำให้ทั้งช้างและสิงห์ได้เลี่ยง โดยช้างสนับสนุนผ่านน้ำดื่ม ช้างจึงใช้ตราสีน้ำเงิน ขณะสิงห์สนับสนุนผ่านโซดา สิงห์จึงใช้ตราสีแดง

ประเด็นของการชิงเหลี่ยมระหว่างช้างกับสิงห์ในการฟาดแข้งครั้งนี้ อยู่ที่ “ช้าง” สนับสนุนโฆษณาผ่านสื่อทีวี หรือออนแอร์ ด้านสิงห์ผูกไปกับกิจกรรมออนกราวด์ ทั้งสองกิจกรรมนี้ใครจะบรรลุเป้าในการสร้างแบรนด์จากฟุตบอลโลกได้มากกว่ากัน

ช้าง ชูแบรนด์ผ่าน 64 นัดเตะ

ชาลี จิตจรุงพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง เจ้าของผลิตภัฑฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปราศจากแอลกอฮอล์ตราช้าง กล่าวว่า บริษัทเตรียมงบราว 8090 ล้านบาท จัดกิจกรรมการทำตลาดช่วงมหกรรมฟุตบอลโลก 2010 สำหรับน้ำดื่มตราช้าง ตลอดช่วง 1 เดือนเต็มที่มีการถ่ายทอดสด 64 นัด การแข่งขัน โดยบริษัทจะใช้สัญลักษณ์ช้างสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นโลโกผลิตภัณฑ์น้ำดื่มช้าง แสดงการถ่ายทอดสดการแข่งขันทุกนัด(แมทช์)ร่วมกับบริษัทอาร์เอส ผู้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010 อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 15 มิ.ย.15 พ.ค.ปีนี้

พร้อมกันนี้บริษัทยังเตรียมจัดกิจกรรมการโฆษณาผ่านสื่อและไม่ผ่านสื่อให้ครอบคลุมทั้งสื่อภายในและภายนอกสถานที่แบบครบวงจร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และตราสินค้าน้ำดื่มช้าง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ล่าสุดร่วมกับบริษัท อสมท จัดกิจกรรม “เชียร์สุดขั้ว คว้าตั๋วทัวร์บอลโลก” พร้อมเปิดแคมเปญโหวตทางโทรศัพท์มือถือ ลุ้นเป็นผู้โชคดี บินลัดฟ้าไปเชียร์บอลโลกติดขอบสนาม ถึงประเทศแอฟริกาใต้ โดยร่วมโปรโมทผ่านสื่อทุกช่องทาง ทั้งทีวี วิทยุ และเว็บไซต์ เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับแคมเปญเชียร์ฟุตบอลโลกเร็วๆ นี้ เพื่อกระตุ้นการจดจำแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มช้างให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการถ่ายทอดฟุตบอลทุกทั้ง 64 แมทชท์ จากการที่บริษัทได้รับสิทธิ์ในการโฆษณาเฉลี่ย 1นาทีครึ่ง รวมถึงการเข้าไปใช้สื่อโฆษณาเคเบิลทีวี สื่อออนไลน์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ตลอดฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้ เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆด้วยเช่นกัน

ชาลี มองว่า การที่บริษัทได้รับสิทธิการทำตลาดแบรนด์แบบออนแอร์ เชื่อว่าจะตอบสนองด้านการจดจำแบรนด์ “ช้าง” ให้กับผู้บริโภคได้ดี ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้ตราสินค้าต่อเนื่อง จากบริษัท ไทยเบฟฯ ได้รับสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกในช่วง 23 ครั้งที่ผ่านมา พร้อมมองว่าการที่บริษัทคู่แข่งในตลาดเดียวกันได้รับสิทธิการทำตลาดแบบออนกราวด์ หรือภาคสนามนั้น น่าจะได้แง่ของปริมาณหรือวอลุมสินค้ามากกว่า แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าผลิตภัณฑ์อะไรที่ทำตลาดจากกิจกรรมฟุตบอลโลกในครั้งนี้ จะได้ในแง่ของการส่งเสริมภาพลักษณ์ตราสินค้าแน่นอน แม้จะมีเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่าได้รับผลกระทบบ้าง แต่บริษัทหวังว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายได้โดยเร็ว และเชื่อว่ากิจกรรมหกรรมฟุตบอลโลก เป็นกิจกรรมใหญ่ที่คนไทยรอคอย ด้วย4ปีมี 1 ครั้ง ซึ่งจะช่วยทำให้เจ้าของสินค้าและผู้บริโภคมีความคึกคักมากขึ้น ขณะที่นักธุรกิจส่วนใหญ่ก็ต้องทำการค้า หรือ ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดต่อไป ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้อยู่ที่ว่าผู้ประกอบการจะตอบรับอย่างไร โดยทางที่ดีที่สุด คือไม่อยากให้เกิดขึ้นยาวนาน" นายชาลี กล่าว

ด้าน ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เจ้าของและผู้ทำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตราสิงห์ กล่าวว่า มหกรรมฟุตบอลโลก 2010 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำตลาดผ่านกิจกรรมกีฬา หรือ สปอร์ต มาร์เก็ตติง ทั่วไปเท่านั้น แต่ "เวิลด์ คัพ 2010" เป็นบิ๊กอีเวนต์ ที่ทุกคนรอครอยในทุกๆ 4 ปี ซึ่งบริษัทเห็นโอกาสในการทำตลาดผ่านการร่วมเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมภาคพื้นสนาม หรือ ออนกราวด์ ร่วมกับบริษัทอาร์เอส ที่รับสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันทั้ง 64 นัด ในปีนี้

ทั้งนี้บริษัทใช้งบการทำตลาดราว 50 ล้านบาท จัดกิจกรรมออนกราวด์ช่วงกว่า 1 เดือน โดยใช้โซดาตราสิงห์จัดกิจกรรมผ่านการออกบูธร่วมกับบริษัท อาร์เอส ทั้ง 7 จุด อาทิ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าพารากอน ฟิวเจอร์ ฟาร์ค รังสิต เชียงใหม่ อุดรธานี เป็นต้น ภายใต้แคมเปญ “ซ่าส์ทุกหยด สดทุกแมตช์” ซึ่งการเลือกใช้น้ำดื่มโซดาสิงห์ นั้นเพื่อต้องการสื่อสารไปยังผู้บริโภคให้รู้สึกถึงความซ่า สนุก ร่วมกันจากการชมการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งสอดคล้องกับการที่บริษัทเลือกเป็นผู้สนับสนุนการถ่ายทอดสดในภาคสนาม ที่มักมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งหากเลือกใช้สินค้าตัวอื่น อย่างน้ำ บริษัทเห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่นิ่งไม่มีความเคลื่อนไหวและเหมาะอยู่กับบ้านมากกว่า

พร้อมกันนี้บริษัทยังเตรียมแคมเปญช่วยเหลือร้านค้าพันธมิตรแบบไม่มีข้อผูกมัด ด้วยการแจกสติ๊กเกอร์ ไปยังร้านอาหาร ผับบาร์ต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่ายการการกระจายสินค้าเครื่องดื่ม เพื่อนำไปติดและถ่ายทอดสดสัญญาการแข่งขันฟุตบอลโลกได้โดยถูกลิขสิทธิ์ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปจำนวนสติ๊กเกอร์ที่ชัดเจนอีกครั้ง

ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้น ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคให้ใกล้ชิดกับผลิตภัณฑ์ของตัวมากขึ้น หรือ “เอ็กซ์พีเรียนซ์ มาร์เก็ตติง” ไม่ว่าจะเป็นทั้งกิจกรรมออนแอร์ หรือออนกราวด์ ด้วยช่วงระยะเวลาดังกล่าว อาจหวังผลด้านยอดขายสินค้าได้น้อยกว่า แต่สิ่งที่จะได้ในที่สุด คือ การนำแบรนด์เข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างอารมณ์ให้กับผู้บริโภค

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69