
เฟอร์นิเจอร์จับโรงแรมขยายฐานลูกค้า
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ห้องพัก โรงแรม อยู่ในช่วงเฟื่องฟูอย่างมากในประเทศพม่า ส่งผลให้ธุรกิจต่อเนื่อง
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ห้องพัก โรงแรม อยู่ในช่วงเฟื่องฟูอย่างมากในประเทศพม่า ส่งผลให้ธุรกิจต่อเนื่อง เช่น การตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ เติบโตตามไปด้วย ผู้ประกอบการไทยที่เชี่ยวชาญในธุรกิจดังกล่าวจึงสนใจออกไปเปิดตลาดในประเทศแห่งนี้
นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอก เดคคอน มองว่า พม่ากำลังเร่งสร้างเมืองใหม่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโต ความต้องการด้านตกแต่งภายในจึงเพิ่มขึ้น ซึ่งหลังจากไปสำรวจตลาดพบว่ามีโอกาสขยายตลาดสูงมาก
สำหรับแนวทางการทำธุรกิจนั้น บริษัทได้พบหุ้นส่วนซึ่งเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ในพม่า โดยจากการเจรจาเบื้องต้นจะให้คู่ค้าช่วยหาลูกค้าในพม่าให้ บริษัทจะผลิตสินค้าจากเมืองไทยและส่งไปในพม่าตามคำสั่งซื้อ แต่ยังไม่เข้าไปลงทุน เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงมากทั้งการจัดหาอาคารสำนักงานและที่ดิน การดำเนินธุรกิจในวิธีนี้จึงยังไม่มีต้นทุนเกิดขึ้น และเป็นการทดลองตลาดไปสักระยะหนึ่งก่อน
บริษัทเน้นลูกค้าในกลุ่มโรงแรม เนื่องจากเป็นงานที่บริษัทมีความชำนาญ และงานโรงแรมเป็นงานง่ายผลิตในปริมาณมากๆ ในแบบเดียวกัน ซึ่งจุดแข็งของบริษัทคือการผลิตสินค้าในระบบติดตั้ง โดยการผลิตเฟอร์นิเจอร์แบบเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปประกอบหน้างาน วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ใช้เวลาในการติดตั้งงานน้อย และการที่บริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าเองจะทำให้ต้นทุนต่ำกว่าของผู้ประกอบการรายอื่น
ส่วนผู้ติดตั้งงานเฟอร์นิเจอร์จะมีหัวหน้างานจากเมืองไทยไปช่วย ซึ่งเรื่องคนงานไม่ใช่ปัญหาของบริษัท เพราะมีแรงงานพม่าทำงานอยู่ในบริษัทจำนวนมาก และเป็นแรงงานที่มีฝีมือ จึงมีแนวคิดพาลูกน้องกลับไปทำงานที่บ้านเกิดจะได้ไม่มีปัญหาด้านการสื่อสาร
ขณะเดียวกัน การไปสำรวจตลาดในครั้งนี้ได้ไปสำรวจเส้นทางการขนส่งสินค้าจากเมืองไทยไปพม่า โดยวางเส้นทางขนส่งทางเรือ จากท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือย่างกุ้ง เนื่องจากการขนส่งทางถนนยังใช้งานได้ไม่ดี แต่หากเส้นทางทางบกมีการพัฒนาจนใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็สนใจที่จะใช้การขนส่งทางบก เพราะมีระยะทางที่ใกล้กว่าทางเรือ และการขนส่งทางเรือต้องไปอ้อมไกลถึงสิงคโปร์
“ยังไม่มีแผนตั้งโรงงานในพม่า เพราะต้องการทดลองตลาดก่อน โดยจะดูแนวโน้มจากคำสั่งซื้อแรก เพื่อรอให้การทำธุรกิจมีความชัดเจนมากกว่านี้ แล้วค่อยคิดเรื่องการเข้าไปลงทุนในพม่าอีกครั้ง ส่วนลูกค้าในกลุ่มโรงแรมยังมีความต้องการเฟอร์นิเจอร์อีกมาก เพราะมีโรงงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย”
ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาคู่ค้าจากพม่าเดินทางมาเยี่ยมชมโรงงานในเมืองไทย และเจรจาเรื่องธุรกิจในเบื้องต้น โดยคู่ค้ารายนี้มีโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว และเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือมากในพม่า
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับงานในลาว โดยเข้าไปตกแต่งสถานทูตไทย ซึ่งโครงการน่าจะเสร็จภายในปีนี้ และในลาวก็อยู่ระหว่างการหาคู่ค้าเช่นเดียวกัน คาดว่าจะใช้รูปแบบเดียวกับที่ทำในพม่า
นุชนารถ บอกว่า การเข้าไปทำธุรกิจในอาเซียนจำเป็นต้องศึกษาวัฒนธรรมและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละประเทศด้วย โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งในพม่าและลาว โรงแรมส่วนใหญ่ใช้เฟอร์นิเจอร์เหมือนกับเมืองไทยสมัยก่อน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ยังเน้นการใช้วัสดุที่ทำจากไม้ เน้นแนวการตกแต่งแบบคลาสสิก และยังไม่นิยมการออกแบบแบบโมเดิร์น ขณะที่โรงแรมในเมืองไทยชอบแบบโมเดิร์น ตกแต่งด้วยวัสดุที่หลากหลาย เช่น กระจก หิน พลาสติกโพลีเมอร์ เป็นต้น จึงต้องเข้าใจความแตกต่างในด้านการออกแบบด้วย
อย่างไรก็ตาม สไตล์การออกแบบก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับลูกค้าแต่ละราย โดยโรงแรมในยุคใหม่ก็มีอยู่บ้างที่นำการออกแบบแบบโมเดิร์นเข้ามาผสมผสาน ดังนั้นการทำงานจึงต้องเข้าใจตลาดอย่างแท้จริง
“ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เติบโตมากในอาเซียน หากสามารถเข้าไปหาคู่ค้าที่ดีได้ ก็มีโอกาสจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะตลาดยังมีความต้องการสินค้าสูง”







