
มีหนี้เท่าไรถึงเรียกว่ามากเกินไป(จบ)
ต่อจาก 2 สัปดาห์ที่ได้เกริ่นเกี่ยวกับเรื่องหนี้และแบบประเมินเพื่อให้ผู้อ่านทราบว่ามีปัญหาเรื่องการบริหารหนี้ส่วนตัวหรือไม่ ฉบับนี้มาต่อกัน
ต่อจาก 2 สัปดาห์ที่ได้เกริ่นเกี่ยวกับเรื่องหนี้และแบบประเมินเพื่อให้ผู้อ่านทราบว่ามีปัญหาเรื่องการบริหารหนี้ส่วนตัวหรือไม่ ฉบับนี้มาต่อกัน
สินเชื่อรถยนต์
วิธีที่จะทำไฟแนนซ์รถยนต์ให้ดีที่สุดก็คือ คุณต้องคิดก่อนว่าจะใช้รถนานกี่ปี เพราะราคารถยนต์จะร่วงลงในทันทีที่คุณถอยมันออกจากโชว์รูม และคุณก็ต้องดูด้วยว่าคุณมีเงินสดอยู่ในมือเท่าไร ถ้าคุณสามารถจ่ายเงินซื้อรถได้หมดในคราวเดียวมันก็เป็นเรื่องที่น่าจะทำ หากคุณคิดจะเก็บรถคันนี้ไว้เป็นเวลานาน หรือเก็บไว้นานกว่าช่วงเวลาที่ต้องจ่ายเงินค่าผ่อนรถ พูดง่ายๆ ก็คือนานกว่า 5 ปี นอกจากนี้หากคุณเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนน้อยกว่าจำนวนเงินที่คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยผ่อนรถ มันก็เป็นการฉลาดที่คุณจะเอาเงินสดก้อนนี้ไปจ่ายให้หมดในคราวเดียวเพื่อซื้อรถยนต์ ปัจจัยอีกอย่างที่สนับสนุนให้คุณเลือกวิธีจ่ายค่าซื้อรถหมดในคราวเดียวคือสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก (เพราะการที่จะเอาเงินก้อน จำนวนนี้ไปแสวงหาผลตอบแทนอัตราสูงๆ คง เป็นเรื่องทำได้ยาก)
อย่างไรก็ดี คนส่วนมากไม่สามารถซื้อรถยนต์ใหม่โดยจ่ายเงินสดในคราวเดียว 100 เปอร์เซ็นต์ได้ สิ่งที่ต้องทำก็คือวางเงินดาวน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ให้ค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปเบียดบังค่าใช้จ่ายรายการอื่นๆ หรือในส่วนที่เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน โดยทั่วไปคุณต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10 เปอร์เซ็นต์ของราคารถ การทำไฟแนนซ์รถยนต์เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าคุณจะขับรถใหม่คันนี้ไปอีกนาน แม้คุณจะจ่ายค่างวดหมดแล้วก็ตาม หากคุณไปขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อเอามาซื้อรถยนต์ใหม่ ธนาคารจะให้วงเงินสินเชื่อคุณมากกว่าที่คุณจำเป็นต้องใช้ คุณอาจต้องจ่ายค่าผ่อนรถประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ขั้นต้น แต่คนซื้อรถใหม่ที่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวและยังมีรายได้ต่ำอยู่ อาจต้องการเงินกู้มากสักหน่อยเพื่อซื้อรถใหม่ แต่นั่นก็เป็นการทำตามใจตัวเองมากไปสักหน่อย อย่าลืมว่ารถยนต์เป็นสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าลงตลอดเวลา
โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมขอบอกว่าคุณควรจ่ายค่าผ่อนรถในอัตราไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้สุทธิ ตราบใดที่คุณไม่มีภาระหนี้สินก้อนใหญ่อื่นๆ นอกเหนือจากค่าผ่อนรถคันใหม่นี้ ดอกเบี้ยผ่อนรถ 0 เปอร์เซ็นต์เป็นเงื่อนไขที่น่าสนใจมาก แต่คุณต้องดูให้ดีๆ นะครับ เพราะสินเชื่อประเภทนี้มักจะใช้แทนส่วนลดเงินสด ดังนั้นก่อนที่คุณจะรีบรับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่น่าจูงใจนี้ ควรคิดคำนวณให้ดีว่ามันจะเป็นการประหยัดกว่าหรือเปล่าหากคุณใช้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ แล้วเปลี่ยนส่วนลดเงินสดนั้นมาเป็นเงินวางดาวน์แทน
สินเชื่อบัตรเครดิต
ในประเด็นที่เป็นเรื่องของการชำระหนี้บัตรเครดิต คุณควรตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้ตัวเลขหนี้เป็นศูนย์ แน่นอนว่าการชำระหนี้บัตรเครดิตให้หมดไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ แม้แต่คนที่มีรายได้สูงๆ ก็ตามเถอะ หนี้บัตรเครดิตอาจกลายเป็นปีศาจที่คอยหลอกหลอน เช่น มันอาจจะมาจากรายการค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่ไม่คาดหมาย เป็นต้น แต่ในทางทฤษฎีแล้วคุณควรจะมีเงินเก็บก้อนหนึ่งเพื่อเอาไว้จ่ายค่ารักษาพยาบาลโดยเฉพาะ คุณไม่ควรจะมียอดหนี้ในบัญชีบัตรเครดิตเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินของคุณ และถ้าหากว่าคุณใช้บัตรเครดิตจนใกล้จะเต็มวงเงินแล้ว คุณอาจไม่ต้องทำตามกฎระเบียบในการชำระหนี้บัตรเครดิตชั่วคราวคือชำระหนี้บัตรที่มีดอกเบี้ยสูงสุดก่อน แต่จำเป็นที่จะต้องชำระบัตรที่ใช้ จำนวนเงินใกล้จะเต็มเสียก่อน ข้อพึงระมัดระวังอีกอย่างในการใช้บัตรเครดิต คืออย่าเข้าไปติดกับวงเงินขั้นต่ำที่คุณต้องชำระ ถ้าคุณเลือกชำระแต่วงเงินขั้นต่ำคุณจะจ่ายได้แค่หนี้ในส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่ได้แตะเงินต้นเลย ณ เพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเครดิตที่ 18 เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน คุณต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียวกว่าจะชำระหนี้บัตรเครดิตหมด และยังมี แนวโน้มด้วยว่าคุณจะต้องจ่ายมากกว่าวงเงินที่คุณใช้ไปจริงๆ
หลุดออกจากการเป็นหนี้
หลักการพื้นฐานที่จะทำให้ภาระหนี้ลดลงนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก แต่ว่ายากแสนยากในการปฏิบัติ ข้อแรกเลยก็คือ ต้องลดรายการจ่ายสิ่งของฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นทั้งหลายแหล่ลง แล้วก็เอาเงินส่วนเกินนั้นไปจ่ายหนี้ซะ เมื่อคุณตกลงใจได้แล้วว่าจะใช้เงินจ่ายหนี้ให้มากที่สุดได้เท่าไรในแต่ละเดือน ให้คุณใช้เงินส่วนมากจ่ายหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน ซึ่งปกติก็จะเป็นรายจ่ายหนี้บัตรเครดิต แล้วค่อยใช้เงินส่วนน้อยจ่ายบิลที่ยังพอจะหมุนเงินต่อได้
เมื่อคุณกำจัดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงสุดไปได้แล้ว (คือจ่ายหนี้ดอกเบี้ยแพงที่สุดหมดแล้ว) ก็เอาเงินมาจ่ายหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยแพงรองลงมาเป็นลำดับถัดไป คุณอาจพิจารณาโยกย้ายบัญชีบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยแพงๆ ไปหาบัตรที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่ต้องอ่านสัญญาให้รอบคอบถี่ถ้วน บางทีข้อเสนอดอกเบี้ยต่ำมีผลเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ผู้อ่านบางท่านอาจใช้วิธีกู้เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาจ่ายหนี้บัตรเครดิต แต่การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าแนะนำ เพราะหากคุณออกจากงาน คุณอาจต้องจ่ายหนี้เงินกู้ก้อนนี้ภายในเวลา 3 เดือนหรือในทันทีก็เป็นได้
สำหรับคนส่วนมากการลดการจับจ่ายใช้สอยสัก 2-3 เดือน จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินได้มากทีเดียว แต่ถ้ามันยังไม่พอละก็ควรพยายามลดค่าใช้จ่ายประจำลง เช่น ลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ทำรีไฟแนนซ์รถยนต์เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และเมื่อคุณสามารถชำระหนี้บัตรเครดิตได้หมด คุณต้องระมัดระวังไม่ก่อหนี้บัตรเครดิตมากจนเกินเลยอีก เพราะคุณยังมีเงินค่างวดก้อนใหญ่ต้องชำระอีก
ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]







