posttoday
‘กรุงไทย’ผวาหนี้เสียตลาดสดสั่งชะลอปล่อยกู้

‘กรุงไทย’ผวาหนี้เสียตลาดสดสั่งชะลอปล่อยกู้

28 ตุลาคม 2556

“กรุงไทย” สั่งชะลอปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ หลังหนี้เสียพุ่งกว่า 3% ใน 9 เดือน ขอเวลาปรับปรุงระบบคัดกรองลูกค้าติดตามหนี้ ก่อนกลับมาลุยอีกครั้งปีหน้า

“กรุงไทย” สั่งชะลอปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ หลังหนี้เสียพุ่งกว่า 3% ใน 9 เดือน ขอเวลาปรับปรุงระบบคัดกรองลูกค้าติดตามหนี้ ก่อนกลับมาลุยอีกครั้งปีหน้า

นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้แจ้งไปยังสาขาทั่วประเทศให้เพิ่มความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพื่อลูกค้ารากหญ้า หรือไมโครไฟแนนซ์ รวมทั้งชะลอการปล่อยกู้ในตลาดสด พบว่ามีปัญหาหนี้เสียไว้เป็นการชั่วคราว หลังจากในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่าอัตราหนี้เสียของลูกค้ากลุ่มนี้ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3% จากที่เคยอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ในช่วงต้นปี จนล่าสุดมาอยู่ที่ 4%

“เดิมเราตั้งเป้าจะขยายฐานสินเชื่อลูกค้ารากหญ้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ แต่จากสถานการณ์ล่าสุดที่มีหนี้เสียและการชำระล่าช้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เราคงต้องชะลอออกไปก่อนเพื่อกลับมาปรับปรุงกระบวนการภายในให้มีความพร้อมกว่านี้ ทั้งในแง่การคัดกรองลูกค้าและการติดตามหนี้” นายเวทย์ กล่าว

นายเวทย์ กล่าวว่า แผนการปรับปรุงภายในที่ธนาคารกำลังเร่งดำเนินการขณะนี้ คือ การจัดหาบริษัทภายนอก หรือเอาต์ซอร์ส ให้เข้ามาทำหน้าที่จัดเก็บสินเชื่อจากลูกค้าแทนที่พนักงานสาขา เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่มีพฤติกรรมแตกต่างจากลูกหนี้ในระบบทั่วไป ทำให้ต้องจัดเก็บหนี้เป็นราย 7 วัน ซึ่งปัจจุบันธนาคารอยู่ระหว่างพูดคุยกับบริษัทในเครือที่รับผิดชอบการติดตามหนี้ให้กับบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง ถึงความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาช่วยธนาคารในเรื่องนี้

ขณะที่แผนการปรับปรุงระบบคัดกรองลูกค้า ขณะนี้ธนาคารยังอยู่ระหว่างการพิจารณาหาโมเดลและเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาใช้ เนื่องจากลูกค้าสินเชื่อรากหญ้าส่วนใหญ่จะไม่มีประวัติอยู่ในฐานข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ทำให้ยากแก่การวิเคราะห์ความเสี่ยง

อย่างไรก็ดี “การคัดกรองลูกค้าและตลาดที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเข้มงวดขึ้น โดยในส่วนของลูกค้าอาจต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อเข้าไปประจำในแต่ละตลาดเพื่อศึกษาพฤติกรรมลูกค้า ซึ่งโมเดลนี้ต้องใช้คนเยอะทำให้ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ดี ระบบทั้งหมดน่าจะพร้อมภายในสิ้นปีนี้ ทำให้ธนาคารจะเริ่มกลับมาลุยสินเชื่อประเภทนี้ได้อีกครั้งในเดือนม.ค.ปีหน้า” นายเวทย์ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์คงค้างอยู่ราว 1,500 ล้านบาท จากฐานลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบอาชีพค้าขายในตลาด เช่น แผงค้า ผู้ค้าเช่าช่วง เป็นต้นในตลาดเอกชนและตลาดที่ภาครัฐ 800 แห่งทั่วประเทศ จำนวนกว่า 4 หมื่นราย โดยธนาคารให้วงเงินกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 2 แสนบาท ภายใต้ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 4 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 18% ต่อปี

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน