
ส่งออกไทยน่าห่วงคาดทั้งปีโต 0.5-3%
ส่งออกเดือนก.ย.หดตัว 7.1% จับตาการเติบโตไตรมาสสุดท้าย หนุนภาพรวมทั้งปีให้ขยายตัวในกรอบ 0.5-3.0%
ส่งออกเดือนก.ย.หดตัว 7.1% จับตาการเติบโตไตรมาสสุดท้าย หนุนภาพรวมทั้งปีให้ขยายตัวในกรอบ 0.5-3.0%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกของไทยปีนี้ หลังจากที่การส่งออกของไทยในเดือนก.ย.2556 พลิกกลับมาหดตัวลงอีกครั้งที่ 7.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) (แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัว 0.4%) เทียบกับที่ขยายตัว 3.9% (YoY) ในเดือนก่อนหน้า โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในเดือนก.ย. 2555 ที่มูลค่าการส่งออกทองคำสูงถึง 1,685 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจคู่ค้าหลักที่สัญญาณฟื้นตัวยังอยู่ในช่วงแรกเริ่ม โดยหากไม่นับรวมการส่งออกทองคำแล้ว การส่งออกของไทยหดตัวลงเพียง 0.6% (YoY) เท่านั้น
แม้การส่งออกในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2556 อาจยังสะท้อนภาพที่ไม่สดใส โดยขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 0.05% (YoY) แต่เมื่อพิจารณาในรายสินค้าจะพบว่า การส่งออกสินค้าสำคัญหลายรายการยังคงประคองทิศทางการฟื้นตัวไว้ได้ ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับแรงเสริมจากปัจจัยฤดูกาลและฐานเปรียบเทียบช่วงปลายปี 2555 ที่ลดต่ำลง ก็ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การส่งออกของไทยน่าจะสามารถพลิกกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556
การส่งออกเดือนก.ย.2556 หดตัวมากกว่าที่คาด
การส่งออกของไทยในเดือนก.ย.2556 หดตัวลง 7.1% (YoY) คิดเป็นมูลค่า 19,303.7 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อนที่มีมูลค่าการส่งออกทองคำ และน้ำมันสำเร็จรูปค่อนข้างสูง (หากไม่นับรวมทองคำ การส่งออกเดือนก.ย. หดตัวเพียง 0.6% YoY) ขณะที่ อีกส่วนหนึ่ง ก็เป็นผลมาจากจังหวะการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดหลักที่ถูกกดดันด้วยหลายประเด็นกังวล นำโดย การส่งออกไปยังตลาดหลักส่วนใหญ่หดตัวลง ทั้งญี่ปุ่น (หดตัว 13.6% YoY) สหภาพยุโรป 15 ประเทศ (หดตัว 2.7% YoY) และสหรัฐฯ (หดตัว 0.7% YoY) ขณะที่ การส่งออกไปจีน และอาเซียน ก็ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง (ขยายตัว 1.2% YoY และ 6.6% YoY) อย่างไรก็ดี การส่งออกไปตลาดศักยภาพระดับรอง เช่น ตะวันออกกลาง ยังขยายตัวได้ค่อนข้างดี (ขยายตัว 21.0% YoY)
ทั้งนี้ แม้การส่งออกทองคำจะเป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในเดือนก.ย. หดตัวลง 8.5% (YoY) เทียบกับที่ขยายตัว 5.1% (YoY) ในเดือนส.ค. อย่างไรก็ดี สินค้าส่งออกสำคัญของไทยประเภทอื่นๆ อีกหลายรายการ ก็ยังสามารถรักษาอัตราการขยายตัวไว้ได้ อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำยังไม่ขึ้นรูป) เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น ขณะที่ สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ก็มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยพลิกกลับมาขยายตัว 4.4% (YoY) และ 0.95% (YoY) ตามลำดับ นำโดย ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป
ด้านการนำเข้าในเดือนก.ย.2556 มีมูลค่า 18,830.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 5.2% (YoY) เทียบกับที่หดตัว 2.1% (YoY) ในเดือนก่อน ตามการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงและสินค้าทุนที่หดตัว 5.8% (YoY) และ 12.4% (YoY) ตามลำดับ ขณะที่ การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูปพลิกกลับมาขยายตัวได้เล็กน้อย 0.7% (YoY) อนึ่ง การนำเข้าที่หดตัวลงดังกล่าว ส่งผลให้ไทยบันทึกดุลการค้าเกินดุล 473.3 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ขาดดุล 94.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนส.ค.
การส่งออกโค้งสุดท้ายปี 2556...หลายสินค้าอาจเติบโตต่อเนื่อง แต่คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปหลายชนิดชนิดยังต้องเร่งปรับตัว
บรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่น่าจะเริ่มปรากฎสัญญาณบวก ตลอดจนปัจจัยทางฤดูกาลของไตรมาสสุดท้าย น่าจะช่วยหนุนให้มูลค่าการส่งออกของไทยทยอยปรับตัวขึ้นจนถึงสิ้นปี 2556 แม้ว่ายังอาจมีสินค้าบางรายการที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดเดิมที่มีมาตั้งแต่ต้นปีต่อไป ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินสถานการณ์การส่งออกในช่วงที่เหลือของปีไว้ดังนี้
- ยานยนต์และส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รวมถึงมันสำปะหลัง ยังคงเป็นดาวเด่นในช่วงสุดท้ายของปี จากอานิสงส์ของตลาดส่งออกหลัก เช่นเดียวกับแผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งได้รับประโยชน์จากการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ที่ยังคงขยายตัวได้ รวมทั้งความนิยมในสินค้าไฮเทค โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม (Gadget) ขณะเดียวกัน แรงเสริมจากการก้าวเข้าสู่ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ก็น่าจะทำให้สินค้าในกลุ่มเครื่องดื่ม รวมทั้งของขวัญของฝากและของใช้ในเทศกาล (ของเล่น เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกม ประทีปโคมไฟ ของใช้ในบ้านและของใช้ในเทศกาลรื่นเริงต่างๆ) ขยายตัวได้ดี
- สินค้าวัตถุดิบขั้นกลาง อาทิ เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง และผ้าผืน น่าจะยังประคองอัตราการขยายตัวไว้ได้ ตามอุปสงค์ในตลาดอาเซียนที่คงทยอยฟื้นคืนมา โดยเฉพาะหากการค้าระหว่างอาเซียนและตลาดหลักเริ่มภาพที่สดใสขึ้น ด้านสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ แม้ว่าภาพรวมจะยังคงหดตัว แต่หากพิจารณาเฉพาะอัญมณีและเครื่องประดับโดยไม่รวมทองคำที่มีราคาปรับลดลง พบว่า ยังสามารถขยายตัวได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องประดับเงินและอัญมณี ที่คงจะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญอย่างสหรัฐฯ เช่นเดียวกับไก่แปรรูปที่มีญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกหลัก
- สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร อาทิ ยางพารา อาหารแปรรูป (อาหารทะเลกระป๋อง และผัก/ผลไม้กระป๋อง) และกุ้งสดแช่เย็น แช่แข็ง อาจไม่ได้รับประโยชน์จากสัญญาณที่ทยอยมีภาพบวกของเศรษฐกิจโลกมากนัก เนื่องจากประสบกับข้อจำกัดด้านอุปทาน ด้านไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง ก็ยังต้องรอการอนุมัตินำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดหลักต่อไป เช่นเดียวกับข้าวไทย ที่คงต้องเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขันด้านราคาที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 ขณะเดียวกัน สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ รวมทั้งเครื่องนุ่งห่ม ก็คงต้องเผชิญกับภาวะยากลำบากจากความนิยมในสินค้าและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และการสูญเสียความสามารถการแข่งขันด้านราคาเช่นกัน
โดยสรุป ผลจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อนหน้าที่มีทั้งการส่งออกทองคำและน้ำมันสำเร็จรูป รวมถึงประเด็นกังวลของทิศทางเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า กดดันให้การส่งออกของไทยในเดือนก.ย.2556 พลิกกลับมาหดตัวอีกครั้งที่ 7.1% (YoY) หลังจากที่ขยายตัว 3.9% (YoY) ในเดือนก่อนหน้า และทำให้ภาพรวมการส่งออกของไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี ขยายตัวเพียง 0.05% (YoY) อย่างไรก็ ดี หากไม่นับรวมการส่งออกทองคำแล้ว จะพบว่า การส่งออกของไทยสามารถขยายตัวได้ 2.0% (YoY)
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า อัตราการขยายตัวของการส่งออก น่าที่จะกลับมาเป็นบวกได้ในช่วงไตรมาส 4/2556 โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าสำคัญหลายรายการน่าจะทยอยเพิ่มสูงขึ้น สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักที่น่าจะมีภาพที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ผนวกกับแรงเสริมจากอุปสงค์ในตลาดศักยภาพ และปัจจัยฤดูกาลที่จะเป็นตัวหนุนคำสั่งซื้อสินค้าเพื่อให้ทันจำหน่ายในเทศกาลเฉลิมฉลองทั้งคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง นอกจากนี้ ผลของฐานเปรียบเทียบที่ค่อนข้างต่ำในปีก่อน ก็น่าจะช่วยประคองภาพการเติบโตในแดนบวกให้ปรากฎขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งย่อมจะช่วยหนุนให้ภาพรวมการส่งออกของไทยทั้งปี 2556 สามารถขยายตัวใกล้เคียงกับประมาณการในกรณีพื้นฐานที่ 1.5% ได้
แม้จะมีสินค้าหลายประเภทที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากพัฒนาการเชิงบวกดังกล่าว ทั้งสินค้าดาวเด่นตั้งแต่ต้นปี อาทิ ยานยนต์ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และสินค้าที่น่าจะประคองตัวต่อไปได้ ทั้งไก่แปรรูป และอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำยังไม่ขึ้นรูป) รวมไปถึงสินค้าวัตุดิบขั้นกลาง แต่ก็มีสินค้าบางประเภท (ในหมวดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร) ที่อาจไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร เนื่องมาจากยังไม่สามารถหลุดพ้นจากโจทย์ปัญหาเดิม ทั้งปัญหาการสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ข้อจำกัดด้านอุปทาน รวมไปถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับความนิยมสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มดังกล่าว อาจต้องพิจารณาถึงการปรับตัวเพื่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนการผลิตจากสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มค่อนข้างน้อยมาสู่การผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง และมีอุปสงค์ต่อเนื่อง รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้า และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งน่าจะช่วยให้การส่งออกของไทยในระยะข้างหน้ามีความยืดหยุ่นในการรับมือกับสภาพแวดล้อมทางการค้าระหว่างประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น







