
การกระตุ้นไม่ยอมรับการคอร์รัปชั่น
“การปรับเปลี่ยนประเทศไทยภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก” ประเด็นสำคัญคือการปรับเปลี่ยนทัศนคติ หรือ Mindset ของคนในประเทศ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก
“การปรับเปลี่ยนประเทศไทยภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก” ประเด็นสำคัญคือการปรับเปลี่ยนทัศนคติ หรือ Mindset ของคนในประเทศ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก
ถ้ายืนยันว่า การปรับเปลี่ยนประเทศเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำ การปรับทัศนคติให้ “ไม่ยอมรับการคอร์รัปชั่น” เป็นสิ่งแรกๆ ที่ต้องเริ่ม โดยเริ่มจากระดับปัจเจกชน สั่งสมกันขึ้นไปถึงระดับประเทศ
ผมเชื่อมั่นว่าหากเม็ดเงินทั้งหมดไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยไม่มีการคอร์รัปชั่น เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้โดยอาศัยศักยภาพเงินทุนที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เปรียบเสมือนเสาเรือใบต้นที่ 3 ที่จะคอยประคับประคองอีก 2 ต้น เพื่อนำเรือไปให้ถึงจุดหมายและรับพายุแรงลมจากการเปลี่ยนแปลงของโลกได้
บริบทของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มใหญ่ 2 ประการ คือ 1.โครงสร้างประชากรโลกที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ล่าสุดสำนักงานสหประชาชาติ คาดว่า ในปี 2573 ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านคน และสัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 16%
ส่วนแนวโน้มที่ 2. คือ การเข้าสู่สังคมเทคโนโลยีอัตโนมัติที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนมาก ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้ถึง 20% ซึ่ง McKinsey Global Institute คาดว่า ในอีก 12 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มผลิตภาพได้ 70% ของการผลิต
จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของโลกข้างต้นนี้ ส่งผลให้บางประเทศได้เปรียบและมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้บางประเทศจะประสบอุปสรรคต่อการเติบโต
ในกรณีของไทย อยู่ในกลุ่มที่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านการผลิตโลกน่าจะเป็นอุปสรรคสำหรับการเติบโต ดังนั้น คำถาม คือ “ไทยพร้อมหรือยังที่จะรับมือกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของโลก” และ “หากไม่พร้อมไทยควรปรับทัศนคติ (Mindset) อย่างไรเพื่อรับมือกับสิ่งนี้”
หากสำรวจการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับใกล้เคียงกับหลายๆ ประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ โดยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยประมาณ 4.8% ต่อปี ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้นโยบายการคลังและนโยบายการเงินประคับประคองเศรษฐกิจไทยไม่ให้ซวดเซเมื่อมีแรงกระแทกมาจากนอกประเทศ
แต่หากมองลึกลงไปเศรษฐกิจไทยจะพบสัญญาณต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ไม่ว่าจะเป็นการชะลอลงอย่างมากของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากเฉลี่ย 9% ต่อปี ในช่วงทศวรรษก่อนวิกฤตเอเชีย มาอยู่ที่ 4% ในช่วงปี 25432555 นอกจากนี้ ไทยยังมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน
ปัจจุบันไทยมีประชากร 67 ล้านคน มีสัดส่วนผู้สูงอายุถึง 15% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 27% ในอีก 20 ปีข้างหน้า นับเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคตและเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ไขได้ยาก
ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการขยายตัวของผลิตภาพแรงงานไทยก็ชะลอลงมากจากเฉลี่ย 7% ต่อปีในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เหลือเพียง 3% ต่อปี ส่วนหนึ่งเกิดจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างการผลิตที่ขาดการยกระดับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ไทยควรปรับทัศนคติเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนใน 3 ด้าน เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก
Mindset แรก คือ เลิกแข่งขันที่ราคาและปริมาณ แต่ต้องแข่งด้วยคุณภาพของสินค้าและบริการ เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยไม่สามารถพึ่งพาภาคการผลิตที่ใช้แรงงานราคาถูกเป็นปัจจัยการผลิตหลักอีกต่อไป
Mindset สอง คือ การยอมรับการแข่งขันที่มากขึ้น ภาคเอกชนต้องไม่กลัวที่จะแข่งขัน เพราะการแข่งขันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการสร้างนวัตกรรมใหม่ทดแทนเทคโนโลยีเดิม
Mindset สุดท้าย คือ ทัศนคติที่ไม่ยอมรับการคอร์รัปชั่น เพราะการคอร์รัปชั่นเป็นต้นเหตุสำคัญของการบิดเบือนทุกอย่างในระบบเศรษฐกิจ กัดกร่อนแรงจูงใจในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน เป็นข้อจำกัดต่อการนำนโยบายไปใช้แก้ไขปัญหา
เป็นที่น่าเสียดายว่า แม้เราจะบอกว่าการคอร์รัปชั่นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะยาว แต่ผลสำรวจตั้งแต่ปี 2554 กลับชี้ให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังมีทัศนคติยอมรับการคอร์รัปชั่นถ้าตนเองได้ประโยชน์อยู่ และทัศนคติดังกล่าวไม่มีแนวโน้มว่าจะเลือนหายไป







