
ภารกิจผู้การท่องเที่ยวจัดทัพรับมือเออีซี
ความมีเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะความเป็นคนไทย
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
ความมีเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะความเป็นคนไทย เป็นแม่เหล็กจูงใจให้เกิดกระแสไทยแลนด์ ฟีเวอร์ ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น จีน วัดได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 26.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.3 ล้านล้านบาท
แต่อีกด้านของเหรียญ การเติบโตด้านการท่องเที่ยวมักมาพร้อมกับปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เพราะคนไทยบางส่วนไม่ได้คำนึงถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี บ่อยครั้งที่ภาพลักษณ์ด้านลบของไทยถูกแพร่กระจายผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงมีนโยบายสร้างมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างความประทับใจพร้อมลบภาพลักษณ์ด้านมืดให้หมดไปจากความรู้สึกของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งประชากรกว่า 600 ล้านคน จะเดินทางไปมาระหว่างกัน
กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวเป็นเหมือนทัพหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดย พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยวคนล่าสุด บอกว่า ได้กำหนดยุทธศาสตร์การปฏิบัติหน้าที่ ปี 2557 โดยแผนเร่งด่วนอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดยกระดับฐานะกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวให้เป็นกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพื่อขยายขอบเขตการทำงานให้สอดคล้องกับภารกิจดูแลนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้นทุกปี
“ผมได้หารือร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละส่วนให้ครอบคลุมการทำงานด้านการท่องเที่ยว เพราะปัจจุบันกำลังพลตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศมีเพียง 800 นาย ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการเปิดเออีซี หน้าต่างบ้านทุกบานถูกเปิดออก อาจเป็นช่องทางให้อาชญากรแฝงตัวเข้ามา ในรูปแบบนักท่องเที่ยว เพราะเชื่อว่าไทยจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกชาติต้องการเดินทางมาเที่ยวและทำงาน ตำรวจท่องเที่ยวต้องเตรียมพร้อมรับมือ”
เบื้องต้นได้แบ่งสายงานบัญชาการเป็น 5 กองบังคับการในแต่ละภูมิภาค เช่น กองบังคับการ 1 ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นต้น โดยแต่ละหน่วยงานปฏิบัติจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฉลี่ย 400-500 นาย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจะมีกำลังพล ในช่วงก่อตั้งเฉลี่ย 2,500-3,000 นาย
สำหรับแนวทางการเพิ่มกำลังพล เตรียมจะเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พิจารณาอนุมัติให้ตำรวจท่องเที่ยวสามารถเปิดรับบุคลากรได้เอง เพราะตำรวจท่องเที่ยวมีบุคลิกที่แตกต่างจากตำรวจหน่วยอื่น หัวใจหลักคือต้องมีทักษะภาษาต่างชาติ สามารถสื่อสารได้ดี มีใจรักด้านการบริการ พร้อมดูแลให้ความช่วยเหลือ นักท่องเที่ยว
แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปีหน้า เพื่อเสนอต่อ สตช.พิจารณาก่อน รัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ซึ่งการยกฐานะเป็นกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในครั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทันเปิดเออีซีในปี 2558
ส่วนแผนระยะสั้น ได้เตรียมจัดโครงการฝึกอบรมบุคลากรด้านภาษา โดยภาษาเร่งด่วน ได้แก่ จีน รัสเซีย อังกฤษ และภาษาอาเซียน อีกทั้งจะปรับเครื่องแต่งกายตำรวจท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานที่ท่องเที่ยวตามภาคสนามมากขึ้น เช่น เสื้อโปโล กางเกงเดินป่า ไม่เน้นเครื่องแบบตำรวจ เพื่อให้การแต่งกายกลมกลืนแลดูเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้ นำร่องตามแหล่งท่องเที่ยวหลัก คือ กรุงเทพฯ พัทยา สมุย ภูเก็ต
“การฝึกอบรมตำรวจท่องเที่ยวจะเน้นปลูกฝังให้มีจิตสำนึกการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว”







