
ชู"อาเซียน พาวเวอร์กริด"
การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายในปี 2558 บนพื้นฐานของจำนวนประชากรจากประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ที่มีอยู่ราว 600 ล้านคน จะนำไปสู่การขยายโอกาสทั้งด้านการค้าและการลงทุนให้ภูมิภาคนี้ตลอดจนทำให้เกิดตลาดใหม่ที่น่าจับตามองในอนาคตเพราะนักลงทุนมองการเชื่อมโยงจากภูมิภาคอาเซียนเพื่อขยายไปยังประเทศจีนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดใหญ่อันดับต้นของโลกซึ่งมีชายแดนเชื่อมโยงกับอาเซียนในหลายทิศทาง
การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายในปี 2558 บนพื้นฐานของจำนวนประชากรจากประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ที่มีอยู่ราว 600 ล้านคน จะนำไปสู่การขยายโอกาสทั้งด้านการค้าและการลงทุนให้ภูมิภาคนี้ตลอดจนทำให้เกิดตลาดใหม่ที่น่าจับตามองในอนาคตเพราะนักลงทุนมองการเชื่อมโยงจากภูมิภาคอาเซียนเพื่อขยายไปยังประเทศจีนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดใหญ่อันดับต้นของโลกซึ่งมีชายแดนเชื่อมโยงกับอาเซียนในหลายทิศทาง
ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามกับการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่หลายประเทศในภูมิภาคนี้ยังคงขาดแคลน
พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวว่า ในอนาคตจะมีการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียนหรืออาเซียน พาวเวอร์กริด ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่าง 10 ประเทศในภูมิภาค ที่จะพัฒนาและเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าเข้าด้วยกันเป็นหัวใจสำคัญของภูมิภาคอาเซียนที่จะนำมาซึ่งความมั่นคงระบบไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ โดยมีจุดมุ่งหวังที่จะให้เกิดการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือสมาร์ทกริด ผ่านการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมทั้งหมดและสามารถระบุการจ่ายไฟเข้าออกได้ตลอดเวลา ทำให้มอนิเตอร์การจ่ายซื้อขายไฟได้ชัดเจนและเป็นระบบที่จะสร้างความมั่นใจให้ทุกฝ่ายได้
ล่าสุด ประเทศไทยและจีนได้ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงาน เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าการลงทุนด้านพลังงานในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงการกำหนดกรอบความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงและพัฒนาระบบสมาร์ทกริดนำไปสู่การซื้อขายไฟฟ้าของทั้งสองประเทศ ซึ่งหลังนี้จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน
ทั้งนี้ ในด้านความร่วมมือนั้นการเชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าที่จะส่งจากจีนมาไทยในระยะทางหลายพันกิโลเมตร ไทยได้เตรียมแผนการเชื่อมโยงและแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากมณฑลยูนนานผ่าน สปป.ลาวมายังประเทศไทย ซึ่งจีนอาจจะเสนอทั้งรูปแบบเป็นโครงการโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง หรือไม่ระบุว่าซื้อจากโรงไฟฟ้าใด แต่จีนจะจัดหามาจำหน่ายส่งผ่านตามสายส่งตามปริมาณที่ไทยรับซื้อ หากในอนาคตไทยขาดแคลนไฟฟ้าก็จะสามารถรับซื้อไฟฟ้าจากจีนได้ทันที โดยไทยตั้งเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าจากจีนประมาณ 3,000 เมกะวัตต์
ระบบนี้จะทำให้ช่วงไหนที่ไทยมีไฟผลิตเกินก็สามารถขายให้กับเพื่อนบ้านได้ทันที ซึ่งขณะนี้ไทยก็มีการซื้อขายไฟกับมาเลเซีย อย่างกรณีช่วงที่ภาคใต้ของไทยขาดแคลนไฟฟ้าก็มีการขอความช่วยเหลือเพิ่มสัดส่วนการซื้อไฟฟ้า ทางด้านชายแดนตะวันออกไทยขายไฟให้กัมพูชา หากไฟเหลือในภาคอีสานก็สามารถจะมองการขายไฟให้ลาวและจีนตอนกลางได้อีก ซึ่งแต่ละประเทศกำลังหารือกันในแง่ของการบริหารจัดการแต่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมจริงๆ ยังไม่เกิดขึ้นต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาระบบสายส่งให้พร้อมด้วย รวมถึงดูความคุ้มค่าของการลงทุน
“สิ่งสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับกับเออีซีในด้านของการใช้พลังงานของประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การสำรองพลังงาน การป้องกันการขาดแคลนพลังงาน เพื่อให้เกิดเสถียรภาพและไม่ขาดแคลนพลังงานในอนาคตที่เชื่อว่าความต้องการพลังงานจะมีสูงมากขึ้นในทุกประเทศ” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
นอกจากนี้ ทางพม่าได้เร่งทำความร่วมมือในการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้ากับประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น เพื่อรองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวและไทยเป็นประเทศหนึ่งที่จะร่วมมือโดยล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจาที่จะขยายกรอบข้อตกลงการซื้อขายไฟฟ้า โดยไทยจะซื้อไฟฟ้าจากพม่าเพิ่ม 1 หมื่นเมกะวัตต์
การเชื่อมโยงสายส่งอาเซียนจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ไทยจะสามารถสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าในอนาคตโดยเฉพาะการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังน้ำและถ่านหิน ที่ทำให้ค่าไฟฟ้าถูกกว่าการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น อาเซียน พาวเวอร์กริด จึงเป็นทางออกสำคัญต่อการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนในอนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญและผลักดันที่จะเชื่อมโยงให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อความแข็งแกร่งทางด้านพลังงานไฟฟ้าให้ภูมิภาคอาเซียนได้พัฒนาระบบเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ







