posttoday
ชอร์ตเซลฟันกำไร

ชอร์ตเซลฟันกำไร

22 ตุลาคม 2556

สัปดาห์ก่อนชิงขาย4พันล้านเน้นกสิกรไทยโบรกเกอร์มองต่างมุมปัญหาการเมือง

สัปดาห์ก่อนชิงขาย4พันล้านเน้นกสิกรไทยโบรกเกอร์มองต่างมุมปัญหาการเมือง

หุ้นไทยดิ่งหนัก 36 จุด สวนทางโลก เพราะชอร์ตหนักเมื่อสัปดาห์ก่อน 4,000 ล้านบาท กสิกรไทยมากสุด

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาวันที่ 14-18 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิหุ้นไทยจำนวน 3,055 ล้านบาท และสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,631 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นกลับพบว่ามีแรงขายล่วงหน้า (ชอร์ต) รวมเป็นมูลค่าประมาณ 4,100 ล้านบาท สำหรับหุ้นที่ถูกชอร์ตเซลกระจายในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร และรับเหมาก่อสร้าง

หากพิจารณาเป็นรายตัว พบว่าหุ้นที่ถูกชอร์ตหนักสูงสุด คือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ด้วยมูลค่า 431 ล้านบาท รองลงมาคือ หุ้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) 325 ล้านบาท ตามด้วยบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) 268 ล้านบาท บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) 236 ล้านบาท และหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) 225 ล้านบาท

หุ้นที่ถูกชอร์ตเซลหนักเหล่านี้ พบว่าราคาหุ้นในวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงแรง ดังนั้นผู้ที่เข้ามาทำธุรกรรมขายชอร์ตไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หากซื้อหุ้นคืนจะเป็นกลุ่มที่ได้รับกำไรจากการที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงถึง 36 จุด ภายในวันเดียว โดยปกติผู้ลงทุนที่เข้ามาทำธุรกรรมชอร์ตเซลจะเป็นนักลงทุนสถาบัน และน้ำหนักส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนต่างชาติ

นักวิเคราะห์ กล่าวว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลงแรงสวนทางตลาดต่างประเทศ เป็นเพราะสัญญาณทางเทคนิคดัชนีหุ้นไทยจะมีการพักฐาน หลังจากที่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาหลายวัน

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงสวนทางกับตลาดในภูมิภาคส่วนใหญ่ เนื่องจากแรงขายของนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะจากกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ ซึ่งมีจำนวนกองที่ผลตอบถึงเป้าหมายจำนวน 23 กองทุน อีกทั้งยังแรงขายทำกำไรจากพอร์ตลงทุนของโบรกเกอร์ที่เริ่มซื้อสะสมจากช่วงวันที่ 21 ส.ค. ณ ระดับดัชนีประมาณ 1,400 จุด ถึงปัจจุบันที่มียอดรวมสูงกว่าอยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท

สำหรับความกังวลสถานการณ์การเมืองในประเด็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม และการชุมนุมของกลุ่มผู้คัดค้านรัฐบาล ประเมินว่าเป็นเพียงปัจจัยลบในระยะสั้นเท่านั้นและไม่มีนัยสำคัญ

นายประกิต กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในวันที่ 22 ต.ค. คาดว่าดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ปรับตัวขึ้นได้ในแดนบวกเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ซึ่งยังไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดซื้อของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 7 วัน มียอดซื้อสะสมสุทธิ 6,000 ล้านบาท และมีแรงหนุนจากค่าเงินยังมีทิศทางแข็งค่า หลังจากมีความชัดเจนว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อสะสมในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว คือ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง คือ บริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC) และบริษัท ไพลอน (PYLON) กลุ่มขนส่ง คือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS ) นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ให้น้ำหนักความกังวลปัญหาการเมืองเพิ่มขึ้น เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนไม่ควรละเลยในช่วง 1-2 เดือนนี้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน