posttoday
เฟดส่อเลื่อนแผนลดทอน QE

เฟดส่อเลื่อนแผนลดทอน QE

21 ตุลาคม 2556

แผนการลดทอนคิวอีของเฟด มีแนวโน้มถูกชะลอออกไปเป็นปลายไตรมาสแรกปี 2557 หลังเศรษฐกิจสหรัฐได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานภาครัฐ 16 วัน ขณะที่สภาคองเกรสทำได้เพียงบรรลุข้อตกลงชั่วคราว เปิดหน่วยงานภาครัฐไปจนถึงวันที่ 15 ม.ค. 2557 และขยายเพดานหนี้ถึงวันที่ 7 ก.พ. 2557 แต่ยังไม่สามารถแก้ข้อขัดแย้งพื้นฐานของวิกฤตการคลัง เรียกได้ว่า “แค่ซื้อเวลา” ช่วงต้นปี ต้องกลับมากังวลเรื่องนี้กันอีกรอบ

แผนการลดทอนคิวอีของเฟด มีแนวโน้มถูกชะลอออกไปเป็นปลายไตรมาสแรกปี 2557 หลังเศรษฐกิจสหรัฐได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานภาครัฐ 16 วัน ขณะที่สภาคองเกรสทำได้เพียงบรรลุข้อตกลงชั่วคราว เปิดหน่วยงานภาครัฐไปจนถึงวันที่ 15 ม.ค. 2557 และขยายเพดานหนี้ถึงวันที่ 7 ก.พ. 2557 แต่ยังไม่สามารถแก้ข้อขัดแย้งพื้นฐานของวิกฤตการคลัง เรียกได้ว่า “แค่ซื้อเวลา” ช่วงต้นปี ต้องกลับมากังวลเรื่องนี้กันอีกรอบ

เมื่อนโยบายการคลังถูกลดบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังมีแนวโน้มไม่ชัดเจน นโยบายการเงินผ่อนคลายแบบสุดโต่งจึงต้องทำงานต่อไป มีความเป็นไปได้สูงที่เฟดจะเลื่อนแผนการลดทอนคิวอีจากเดิมก่อนสิ้นปีนี้ ออกไปเป็นการประชุมกลางเดือน มี.ค. เป็นอย่างเร็ว

กระแสการคาดการณ์ที่เฟดจะเลื่อนแผนการลดทอนคิวอี ทำให้บอนด์ยีลลด เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า และกระแสเงินทุนไหลกลับเข้าตลาดอีเมอร์จิ้งระลอกใหม่

ในส่วนของบอนด์ยีล 10 ปีของสหรัฐ ถอยลงมาจากจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 3% มาอยู่ที่ 2.58% ต่ำสุดในรอบ 1-2 สัปดาห์ ส่วนบอนด์ยีล 10 ปีบ้านเรา จากจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ 4.4% มาอยู่ที่ 3.84%

บอนด์ยีล 10 ปี เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการลงทุน และเป็นองค์ประกอบสำคัญของการคำนวณมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะวิธีคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow)

สินทรัพย์ที่เคยถูกกระทบจากการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของบอนด์ยีลจึงมีโอกาสโงหัวขึ้น เช่น ตราสารหนี้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นสาธารณูปโภค หุ้นปันผลที่เติบโตน้อย เป็นต้น

อย่างไรก็ดี แผนการลดทอนคิวอีแค่ถูกเลื่อนออกไประยะหนึ่ง ในที่สุดก็จะเริ่มลด และเลิกอยู่ดี การฟื้นตัวของราคาสินทรัพย์เหล่านี้จึงเป็นโอกาสลดพอร์ต สำหรับนักลงทุนที่ยังถือสินทรัพย์เหล่านี้มากเกินไป

ในส่วนของเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น กรณีที่เทียบกับเงินบาทล่าสุดมาเคลื่อนไหวอยู่แถว 31 บาท/เหรียญสหรัฐ จากที่เคยอ่อนยวบไปถึง 32.5 บาท/เหรียญสหรัฐ

แนวโน้มที่เฟดจะคงมาตรการคิวอียาวไปถึงปลายไตรมาสแรกปี 2557 อาจทำให้กระแสเงินทุนที่เคยทิ้งตลาดอีเมอร์จิ้ง ไหลย้อนกลับเข้ามาเก็งกำไรรอบใหม่ ซึ่งจะทำให้ตลาดแกว่งผันผวนขาขึ้น ทั้งนี้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเม็ดเงินระลอกใหม่ไหลเข้าตลาดตราสารหนี้บ้านเรา

นอกเหนือจากประเด็นสหรัฐ จีนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เริ่มมีทิศทางดีขึ้น จีนเป็นหัวรถจักรของเอเชีย เมื่อเศรษฐกิจจีนมีเสถียรภาพมากขึ้น ย่อมเป็นข่าวดีของตลาดหุ้นเอเชีย

สัปดาห์ก่อน จีนรายงานจีดีพีไตรมาส 3 โต 7.8% เร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 7.5% ส่วนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเติบโต 10.2% ในเดือน ก.ย. ใกล้เคียงกับที่โต 10.4% ในเดือน ส.ค. ขณะที่ยอดค้าปลีกขยายตัว 13.5% ในเดือน ก.ย. ใกล้เคียงกับที่โต 13.4% ในเดือน ส.ค.

Valuation ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในเกณฑ์ไม่แพง ค่าพีอีจะลดเหลือ 12.7 เท่าของประมาณการกำไรปี 2557 ที่คาดว่ากำไรจะโตได้อีก 16% ใกล้เคียงกับของปีนี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 3.1% และ 3.6% ในปี 2556-2557 ตามลำดับ มูลค่าพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยจึงมีโอกาสเห็น 1,650 จุดอีกครั้งในปีหน้า

ดัชนีหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งขึ้นตามตลาดหุ้นโลก โดยมีแนวต้านแถว 1,480-1,486 และ 1,520 จุด ทั้งนี้บริเวณ 1,500 จุดขึ้นไปน่าจะมีแรงขายจากทริกเกอร์ฟันด์หลายกองทุนที่ทำผลตอบแทนถึงเป้าหมาย

สัปดาห์ก่อน หุ้นแบงก์ทยอยรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 กำไรใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ น่าสังเกตว่าแบงก์ส่วนใหญ่ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลดลงจากไตรมาส 2 นับเป็นสัญญาณที่ดี

ส่วนหุ้นที่มิใช่สถาบันการเงินจะทยอยรายงานกำไรตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.-15 พ.ย. รอบนี้น่าสังเกตว่าตลาดมีความคาดหวังต่ำต่อผลประกอบการ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยแผ่วต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก

ขณะที่นักวิเคราะห์ทยอยขยับราคาเป้าหมายตามปัจจัยพื้นฐานออกไป โดยใช้ประมาณการกำไรปี 2557 ที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จากการฟื้นตัวของการส่งออกและการลงทุน

ยังคงแนะนำหุ้นชุดเดิม ได้แก่ หุ้นที่กำไรจะโดดเด่นต่อเนื่องในปีหน้า เช่น หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น AOT CENTEL ที่หนุนโดยนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเติบโตของคนชั้นกลางในแถบเอเชียโดยเฉพาะจีน การเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ กระแสเออีซี ส่วนหุ้น THCOM ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้งานดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนช่องสัญญาณไม่เพียงพอ แม้รวมดาวเทียมไทยคม 6 ที่จ่อยิงในเดือน พ.ย.

หุ้นที่กำไรมีความแน่นอนสูง แถมปันผลก็สูงด้วย เช่น INTUCH BTS และหุ้นที่มีแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น LH JAS CPN HMPRO SPGC QH TICON โครงสร้างทางการเงินจะแข็งแรงมากขึ้น จ่ายปันผลได้มากขึ้น และมีเงินทุนกลับไปลงทุนในโครงการใหม่ เพื่อสร้างผลตอบแทนกลับมายังผู้ถือหุ้นในระยะถัดไป

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี