posttoday
เปิดวิสัยทัศน์3ใน6ว่าที่ผอ.ซิป้า

เปิดวิสัยทัศน์3ใน6ว่าที่ผอ.ซิป้า

29 เมษายน 2553

ซิป้าต้องสร้างอนาคตใหม่ให้ไทย ไม่เน้นประโยชน์ให้องค์กรตัวเอง ทรัพยากรบุคคลจะพัฒนาตามแนวทางของยูเนสโก

ซิป้าต้องสร้างอนาคตใหม่ให้ไทย ไม่เน้นประโยชน์ให้องค์กรตัวเอง ทรัพยากรบุคคลจะพัฒนาตามแนวทางของยูเนสโก

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

วันที่ 3 พ.ค.นี้ถึงกำหนดแสดงวิสัยทัศน์ ชิงดำผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า โอกาสนี้ 3 จาก 6 ผู้สมัคร คือ รอม หิรัญพฤกษ์, วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ และไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ได้เปิดวิสัยทัศน์ล่วงหน้าในงานเสวนาเรื่อง ซอฟต์แวร์ : สร้างคุณค่าอย่างไร้ขีดจำกัด ว่าหากมีโอกาสได้นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการ จะนำองค์กรไปในทิศทางใด ซึ่งทุกสมาคมไอทีต่างให้ความสนใจอย่างยิ่ง

เริ่มจาก “ไตรรัตน์” เจ้าของซอฟต์แวร์การจัดการน้ำที่ชนะการประกวดระดับภูมิภาคเอเชียมาแล้ว เปิดเผยว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องเน้น 3 ส่วนหลัก คือ การพัฒนาคน ซึ่งสำคัญที่สุด โดยจะเน้นให้มีแนวคิดด้านธุรกิจให้มากขึ้น ส่วนต่อมาคือ เครือข่าย โดยมีซิป้าเป็นส่วนกลางเชื่อมโยงทั้งในและนอกประเทศ และสุดท้ายคือโครงสร้างองค์กรของซิป้า ต้องเป็นอิสระมากขึ้น ตอบสนองความต้องการอุตสาหกรรมให้ได้มากกว่านี้ ทั้งหมดจะทำให้อุตสาหกรรมเติบโตได้ถึง 20% ไม่ใช่แค่ 12% ตามเป้าที่วางไว้

เปิดวิสัยทัศน์3ใน6ว่าที่ผอ.ซิป้า รอม/วุฒิพงศ์/ไตรรัตน์

ด้าน “วุฒิพงศ์” กล่าวว่า คน คือส่วนประกอบหลักที่ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ระดับมัธยมให้สามารถคิดวิเคราะห์ได้ ต้องสามารถบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ได้ ซึ่งปัจจุบันกว่า 90% ขาดทักษะด้านนี้ อีกทั้งต้องยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบการให้สามารถสร้างกำไรได้ พร้อมกับการสร้างการตลาดในประเทศและขยายไปสู่ต่างประเทศ สุดท้ายต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน ให้ตรงกับแนวโน้มของโลก

ส่วน “รอม” ที่เคยสมัครเข้าชิงตำแหน่งนี้หลายครั้ง กล่าวว่า ซิป้าต้องสร้างอนาคตใหม่ให้ไทย ไม่เน้นประโยชน์ให้องค์กรตัวเอง ทรัพยากรบุคคลจะพัฒนาตามแนวทางของยูเนสโก ที่เน้นการใช้สื่อ แก้ปัญหาเป็น คิดเชิงวิพากษ์ สื่อสารรู้เรื่อง และสามารถทำงานเป็นทีมได้ พร้อมๆ กับการสร้างมาตรฐานการทำงานระดับโลก และเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะสม และเหนืออื่นใด ซิป้าต้องเป็นผู้นำทางความคิด โดยไอทีสามารถสร้างให้เกิดได้อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อถามถึงศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย ไตรรัตน์ กล่าวว่า ต้องเลือกจุดแข็งที่สามารถแข่งขันได้ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 1.ระดับนักพัฒนา ต้องเน้นดึงงาน ไอทีเอาต์ซอร์ส จากต่างประเทศเข้ามาเพิ่ม2.สร้างความร่วมมือระหว่างไทยและต่างประเทศ นำซอฟต์แวร์ที่แตกต่างมารวมกันสำหรับเจาะตลาดใหม่ๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ไทยยังขาดอีกมาก 3.การสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ รัฐต้องสนับสนุนมากกว่าที่เป็นอยู่

ขณะที่ รอม เห็นว่าไทยเคยตัดสินใจผิดพลาดเกี่ยวกับการร่วมทุนในการพัฒาไอทีมาแล้วในอดีต ทำให้มาเลเซียก้าวนำหน้าไป และเวียดนามกำลังนำไปในบางส่วนแล้ว แสดงให้เห็นว่าแม้ไทยจะพัฒนาแต่ช้ากว่าที่ควรจะเป็น การจะแข่งขันได้ซิป้าต้องเป็นปัจจัยหลักที่ต้องทำให้เกิดขึ้นและทำให้ไทยไม่หายไปจากแผนที่โลก หากทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมีซิป้า เอางบประมาณไปให้องค์กรอื่นที่สามารถทำได้ดีกว่า

อีกส่วนหนึ่งคือ ซิป้ามีบอร์ดที่มีอำนาจมาก เป็นตัวตัดสินทุกอย่าง ถ้าบอร์ดเข้าใจภาพรวมทุกอย่างก็มีโอกาสมากขึ้น ไม่เช่นนั้นอนาคตพื้นฐานด้านไอทีจะแย่ลงเรื่อยๆ

วุฒิพงศ์ ที่พูดในฐานะที่เคยรักษาการ ผอ. มาก่อนว่า รัฐให้งบประมาณกับซิป้าน้อยเกินไป แม้จะเขียนแผนมาดีเพียงใด แต่ ก็ทำให้ได้เข้าเป้าตามแผนได้ยากมาก เช่นปีนี้ยื่นขอไป 800 ล้านบาท โดนตัดเหลือ 300 ล้านบาท ทุกวันนี้เวียดนามมาศึกษาแผนจากไทยและกลับไปทำสำเร็จโดยไม่ต้องเขียนแผนของตัวเองแล้ว แสดงให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมของไทยมีปัญหา นี่คือปัญหาที่ซิป้าต้องสะท้อนออกมา จึงจะทำให้ไทยแข่งขันได้

เหลืออีก 3 คนเท่านั้นคือ พีระพงษ์เอื้อสุนทรวัฒนา, พงษ์ศักดิ์ ชิวชรัตน์ และ ไพโรจน์ เติมสินธุ์สุวรรณ ที่ยังไม่เคยเปิดความคิดของตนสู่สาธารณะ คงต้องรอในวันจริงเท่านั้นจึงจะได้รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ทุกอย่างอยู่ในมือบอร์ดที่มี จีรศักดิ์ พงษ์พิษณุพิจิตร์ เป็นประธาน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน