
‘ทีพีพี’ตัวการฉุดธุรกิจมาเลย์
กูรูเตือนเอสเอ็มอียังไม่พร้อมตั้งรับ หวั่นสินค้าราคาถูกทะลักหลังเปิดเสรี
กูรูเตือนเอสเอ็มอียังไม่พร้อมตั้งรับ หวั่นสินค้าราคาถูกทะลักหลังเปิดเสรี
มาเลย์เดินหน้าค้านข้อตกลงค้าเสรีทีพีพี อ้างฉุดเอสเอ็มอีไม่ช่วยหนุนจ้างงาน
การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) นำโดยชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในมาเลเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติที่เข้าร่วมการเจรจาดังกล่าว โดยเฉพาะภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศ ต่างวิตกกังวลว่าอาจจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเข้ามาเจาะตลาดของบรรษัทต่างชาติรายใหญ่
สิวารายัน อารูมูคาม ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อต่อต้านการละเมิดสิทธิในสังคมแห่งมาเลเซีย (เจอีอาร์ไอที) แสดงความเห็นคัดค้านผ่านเว็บไซต์มาเลเซียอินไซเดอร์ โดยระบุว่า ข้อตกลงเขตการค้าเสรีทีพีพีอาจไม่ช่วยกระตุ้นให้เอสเอ็มอีขยายตัวและส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานตามที่กลุ่มผู้สนับสนุนและเจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุไว้
ผู้เขียนยกตัวอย่างกรณีของการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดเสรีทางการค้าของประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ ในทวีปแอฟริกาและละตินอเมริกา พบว่า การเปิดเสรีทางการค้าส่งผลกระทบด้านลบต่อเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีความพร้อมตั้งรับ เนื่องจากไม่มีศักยภาพการแข่งขันสู้กับบริษัทคู่แข่งรายใหญ่ได้
อารูมูคาม มองว่า ธุรกิจในมาเลเซียอาจต้องประสบชะตากรรมที่ย่ำแย่กว่าธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนาเหล่านั้น เนื่องจากวงจรความสัมพันธ์ของอำนาจทางธุรกิจและการเมืองของมาเลเซียมีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่รู้จักเส้นสายใกล้ชิดกับรัฐบาลได้รับผลประโยชน์ที่ดีกว่าธุรกิจขนาดเล็ก
นอกจากนี้ ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรเจอีอาร์ไอที มองอีกว่า ข้อตกลงทีพีพีอาจไม่ช่วยส่งเสริมให้ภาคการส่งออกของมาเลเซียขยายตัวขึ้นและนำไปสู่การจ้างงานที่แข็งแกร่ง เนื่องจากในปัจจุบันมาเลเซียมีการค้าเกินดุลกับสหรัฐอยู่แล้ว ที่ 2.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2012 ขณะที่สหรัฐส่งออกมายังมาเลเซียเพียง 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ดังนั้น การเปิดการค้าเสรีจะยิ่งส่งผลให้มาเลเซียต้องเปิดตลาดให้กับบริษัทต่างชาติหลายพันแห่งเข้ามาเจาะตลาดในประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมอาหารและเฟอร์นิเจอร์ ที่อาจทำให้เกิดการไหลทะลักของสินค้านำเข้าที่มีราคาถูกกว่ามาตีตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได
ทั้งนี้ สหรัฐซึ่งเป็นประเทศโต้โผของทีพีพีได้แสดงความคาดหวังก่อนหนา้นี้ว่า 12 ประเทศสมาชิกอาจบรรลุข้อตกลงดังกล่าวร่วมกันได้ภายในปลายปีนี้







