
น้ำท่วมสูญ1.5หมื่นล.
หอการค้าหวั่นประชาชนระวังใช้จ่าย ลดเป้าจีดีพีปีนี้หลังไม่มีสัญญาณฟื้น
หอการค้าหวั่นประชาชนระวังใช้จ่าย ลดเป้าจีดีพีปีนี้หลังไม่มีสัญญาณฟื้น
หอการค้าคาดน้ำท่วมทำจีดีพีหาย 1.5 หมื่นล้าน หรือ 0.5% ส่วนเศรษฐกิจปีนี้ยังไร้สัญญาณฟื้นตัว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 0.5% ของจีดีพี ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเส้นทางคมนาคมและย่านธุรกิจเป็นหลัก โดยไม่มีผลกระทบไปถึงภาคอุตสาหกรรม หรือในนิคมอุตสาหกรรมเหมือนปี 2554 แต่อาจทำให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
นอกจากนี้ ศูนย์ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2556 ใหม่ เหลือ 3.5% ลดลงจากก่อนหน้าที่ที่คาดว่าจะโต 4.3% โดยภาคการส่งออกขยายตัว 1.9% ขาดดุลการค้า 2.53 หมื่นเหรียญสหรัฐ และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.3%
ทั้งนี้ ยังไม่พบสัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจ โดยภาคการส่งออกแม้จะเริ่มดีขึ้นบ้างแต่ยังไม่ชัดเจน ด้านการบริโภคของภาคประชาชนก็ยังไม่มีปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดการซื้อสินค้า เนื่องจากรัฐบาลไม่มีงบกระตุ้นการใช้จ่ายที่เป็นรูปธรรม จากการสอบภาคภาคธุรกิจทั้งขายตรง ห้างค้าปลีก และผู้ผลิตสินค้าทั่วไป พบว่า การจำหน่ายสินค้าในห้างเดิมหวังจะขยายตัว 10-12% แต่มีการขยาตัวจริงเพียง 6-8% ในขณะที่ธุรกิจขายตรงหลายแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับความงามก็มียอดขายที่ลดลงต่อเนื่อง รวมถึงภาครถยนต์ยอดจองปรากฏว่ามีการคืนใบจองทำให้ไม่มีการฟื้นตัวที่โดดเด่น
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเหลือเพียง 4.3% จากเดิม 6.4% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ทำให้นักลงทุนชะลอโครงการลงทุนตามไปด้วย รวมถึงความคาดหวังงบลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และงบลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้านบาท ได้เลื่อนออกไป ทำให้ไม่เกิดการลงทุนจากโครงการดังกล่าวมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันแรงซื้อในประเทศยังชะลอตัวลง ส่งผลให้ผู้ผลิตสินค้าหรือห้างต่างๆ ต้องใช้แคมเปญส่งเสริมการขายแบบลดแลกแจกแถมเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยที่ผ่านมาภาครัฐไม่มีมาตรการเพิ่มค่าครองชีพใหม่ๆ ยกเว้นการรับจำนำข้าว ในขณะที่ความคาดหวังจากงบลงทุนภาครัฐที่ยังไม่เห็นผลในทางปฏิบัติ ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังซึมยาว
“ขณะนี้ศูนย์ยังคาดหวังว่าไตรมาส 4 ปีนี้ ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้นบ้าง” นายธนวรรธน์ กล่าว







