posttoday
เว็บประมูลแหวก-ต่ำสุดชนะ

เว็บประมูลแหวก-ต่ำสุดชนะ

17 ตุลาคม 2556

กลยุทธ์เบสิกในการพาธุรกิจแหวกว่ายออกจาก “เรดโอเชียน” หรือวงการค้าที่มีคู่แข่งห้ำหั่นกันมากรายคือการหาจุดขายใหม่ๆ ให้กับสินค้าและบริการ วิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประสบความสำเร็จมานักต่อนักคือกลยุทธ์ “คิดตรงข้าม”

กลยุทธ์เบสิกในการพาธุรกิจแหวกว่ายออกจาก “เรดโอเชียน” หรือวงการค้าที่มีคู่แข่งห้ำหั่นกันมากรายคือการหาจุดขายใหม่ๆ ให้กับสินค้าและบริการ วิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประสบความสำเร็จมานักต่อนักคือกลยุทธ์ “คิดตรงข้าม”

ซาจาวะ (www.saja.com.tw) เป็นเว็บไซต์ประมูลสินค้าออนไลน์ที่ใช้แนวคิด “ตรงข้าม” ได้อย่างแหวกแนว โดยเว็บนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2009 และเสนอให้ผู้สนใจร่วมประมูลสินค้าที่โชว์อยู่บนหน้าเว็บแลกเปลี่ยนกับการจ่ายเงินเล็กน้อยเพื่อวางเงินประมูล ทั้งนี้ สินค้าที่มีสิทธิขึ้นเว็บซาจาวะก็ไม่ได้มีคุณภาพด้อยกว่าของทั่วไป มีทั้งจักรยานเสือภูเขา สมาร์ทโฟน ของใช้ภายในบ้านไล่เรียงไปจนถึงผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ ซึ่งปกติมีมูลค่าสูงหลายพันหรือหมื่นบาท

เจฟฟ์หยาง หนุ่มไต้หวันหัวใสผู้ก่อตั้งเว็บซาจาวะเผยโมเดลธุรกิจว่า เว็บซาจาวะจะทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวกลางระหว่างผู้ผลิตสินค้าและผู้บริโภค โดยหยางจะติดต่อผู้ผลิตสินค้าเพื่อขอผลิตภัณฑ์ตัวอย่างมาโพสต์ให้ลูกค้าวางเงินประมูลในเว็บ เมื่อการประมูลเสร็จสิ้นในเวลาที่กำหนด ลูกค้าจะได้สินค้าในราคาที่ต่ำแสนต่ำเหมือนได้ฟรี เฉลี่ยเพียงชิ้นละ 0.95 เหรียญสหรัฐ (ราว 29.45 บาท) ขณะที่ผู้ผลิตก็ไม่ต้องเสียเงินมากมายไปกับค่าโฆษณา ขณะที่หยางได้กำไรจากค่าวางเงินประมูลที่ผู้ร่วมสนุกจ่ายมา เรียกได้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ วินวิน ทั้งสามฝ่ายทีเดียว

แม้จะดูเป็นธุรกิจที่ยุ่งยาก แต่หยางเผยว่าปัจจุบันซาจาวะมีผลการดำเนินการไปได้สวย โดยมีจำนวนสินค้าให้ร่วมประมูลถึง 1.6 หมื่นชิ้น และคาดว่าบริษัทจะคุ้มทุนภายในไตรมาส 2 ของปีหน้า

“จริงๆ แล้วผมเล็งให้บริษัทขยายสาขาไปถึงสหรัฐ และก้าวเป็นธุรกิจแถวหน้าของโลก แต่ทุกวันนี้ยังมีข้อจำกัดอีกมาก แผนการต่อไปของผมคือการขยายสาขาไปยังสิงคโปร์ ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนอนาคตเล็งขยายไปยัง รัสเซีย ออสเตรเลีย และแคนาดา” หนุ่มวิสัยทัศน์ไกลเผย

ด้านผลสำรวจจากกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (เอ็มโออีเอ) ก็ให้กำลังใจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่า ปัจจุบัน มีชาวไต้หวันกว่า 1.3 ล้านคนปลดแอกตัวเองจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน เข้าสู่การเป็นเถ้าแก่ธุรกิจเอสเอ็มอีเต็มตัว ซึ่งคาดว่าในอนาคตเถ้าแก่เหล่านี้จะสร้างบริษัทที่เป็นฐานเศรษฐกิจอันมั่นคงของประเทศ

โดยสถิติ ธุรกิจเอสเอ็มอีไต้หวันปัจจุบันนับเป็น 97.67% ของธุรกิจทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้น 2.11% จากเมื่อต้นปี 2013 ขณะที่เอสเอ็มอียังทําผลงานสร้างงานให้แก่ชาวเมืองกว่า 8.48 ล้านคน ซึ่งเทียบเท่ากับ 78.12% ของการจ้างงานทั้งประเทศ

ปิดท้ายด้วยคำคมจาก แซม วอลตัน ผู้ก่อตั้งธุรกิจค้าปลีกแถวหน้าของโลก วอลมาร์ท ซึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “สิ่งที่หายากที่สุดไม่ใช่เงิน แต่เป็นวิสัยทัศน์ต่างหาก”

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน