
คชาฯหั่นเป้ารับพิษเศรษฐกิจชะลอ
ไอศกรีมสฟรีอ่วมบุก‘เกียวโรลเอ็น’
ไอศกรีมสฟรีอ่วมบุก‘เกียวโรลเอ็น’
เร่งปั๊มรายได้เพิ่ม.คชา บราเธอร์ส รับเศรษฐกิจฉุดธุรกิจไอศกรีมสฟรีปรับเป้า เดินแผนแตก 12 แบรนด์ใหม่ต่อปี
นายฤทธิ์ คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชา บราเธอร์ส ผู้ดำเนินธุรกิจร้านไอศกรีม และของหวานสไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์สฟรี เปิดเผยว่า จากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาธุรกิจร้านไอศกรีมและของหวานของบริษัทได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยในส่วนของแบรนด์สฟรีได้มีการปรับเป้าการเติบโตลงเหลือเพียงตัวเลขหลักเดียว จากที่คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 10%
สำหรับแบรนด์เกียวโรลเอ็นในขณะนี้มีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่ที่ 3 สาขา ประกอบด้วย เอกมัย พารากอน และเอ็มโพเรียม โดยในวันที่ 1 พ.ย.นี้ บริษัทจะทำการเปิดสาขาที่ 4 ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ภายใต้งบการลงทุน 5 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 70 ตร.ม. จำนวน 40 ที่นั่ง
“สาขาที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว จะเป็นสาขา 2 ที่เปิดในลักษณะของช็อปต่อจากที่เอกมัย ส่วนสาขาที่พารากอนและเอ็มโพเรียมจะเป็นในลักษณะของคีออสก์ ส่วนสาขาที่สยามสแควร์บริษัทได้เลื่อนการเปิดให้บริการออกไปเป็นต้นปีหน้า” นายฤทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าบริษัทยังคงวางแผนขยายสาขาแบรนด์เกียวโรลเอ็น 4 สาขา เน้นทำเลที่กลุ่มเป้าหมายมีกำลังซื้อสูงและแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีแผนที่จะขยายสาขาแบรนด์เกียวโรลเอ็นไปตามห้างใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว โดยแต่ละสาขาคาดว่าจะใช้พื้นที่เฉลี่ย 70100 ตร.ม. ในอีก 2 ปีข้างหน้าคาดว่าจะสามารถเปิดได้ครบ 15 สาขา ส่งผลให้เกียวโรลเอ็นสามารถเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำรายได้เทียบเท่ากับแบรนด์สฟรี และมีความแข็งแกร่งพอขยายสู่ต่างประเทศ
“สิ่งที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์เกียวโรลเอ็นจะเป็นในส่วนของรสชาติดั้งเดิมฉบับเกียวโต โดยทั้งในเมืองไทยหรือในต่างประเทศก็ไม่มีรูปแบบของขนมหวานสไตล์นี้ มั่นใจว่าไม่มีใครสามารถคัดลอกความเป็นเกียวโรลเอ็นไปได้” นายฤทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะนำแบรนด์เกียวโรลเอ็นเป็นต้นแบบในการขยายธุรกิจของบริษัทไปยังต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้ก็ได้สนใจและศึกษาตลาดไว้หลายประเทศด้วยกัน เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ด้วยการเข้าไปดำเนินธุรกิจในรูปแบบร่วมทุน
นายฤทธิ์ กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้นี้บริษัทได้มีแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถนำแบรนด์ใหม่เข้ามาเปิดให้บริการปีละ 12 แบรนด์ เน้นการไปซื้อแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเข้ามาทำธุรกิจมากกว่าการปั้นแบรนด์ใหม่







