posttoday
ภาษีอสังหาฯ (อีกครั้ง)

ภาษีอสังหาฯ (อีกครั้ง)

11 ตุลาคม 2556

ขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังกำลังศึกษาจะเพิ่มภาษีค่าธรรมเนียมที่ดิน ที่เรียกว่า Land Tax โดยคิดจะปรับราคาขึ้นตามราคาประเมินของกฎหมายที่ดินที่จะทำทุก 5 ปี ให้ขึ้นตามไปด้วย และเป็นภาษีที่จะนำไปบำรุงท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพท้องถิ่นในด้านสาธารณูปโภคให้ทันสมัยขึ้น

ขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังกำลังศึกษาจะเพิ่มภาษีค่าธรรมเนียมที่ดิน ที่เรียกว่า Land Tax โดยคิดจะปรับราคาขึ้นตามราคาประเมินของกฎหมายที่ดินที่จะทำทุก 5 ปี ให้ขึ้นตามไปด้วย และเป็นภาษีที่จะนำไปบำรุงท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพท้องถิ่นในด้านสาธารณูปโภคให้ทันสมัยขึ้น

การคิดจะขึ้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินมิใช่ของใหม่ รัฐบาลเกือบทุกรัฐบาลในระยะ 10 ปีมานี้ มีการศึกษาและนำเสนอจะปรับภาษีกันทั้งสิ้น เมื่อสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์คราวที่ผ่านมา ก็ได้ก้าวไปถึงขั้นร่างเป็น พ.ร.บ.นำไปเสนอในสภานิติบัญญัติและได้แปรญัตติกัน ก็ทำมาแล้ว

ถ้าจะย้อนไปดูถึงเหตุผลของภาษีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและอาคารของเรามีมานานมากแล้ว ค่อนข้างล้าสมัย แบ่งออกเป็น “ภาษีค่าธรรมเนียมที่ดิน” ที่เรียกว่า Land Tax กับ “ภาษีโรงเรือน” เรียกว่า House Hold Tax อันแรกใช้กับที่ดินที่ใช้ประโยชน์ต่างกัน เช่น เพื่อการเกษตรก็ถูกหน่อย ถ้าพาณิชยกรรมก็แพงหน่อย ถ้าที่อยู่อาศัยก็ปานกลาง คิดตามพื้นที่ดิน และเมื่อมีการก่อสร้างเป็นอาคาร ก็มีการประมาณจากค่าเช่าของอาคารที่น่าจะเช่าได้ ประมาณ 10% ของมูลค่าอาคารหรือครัวเรือน และให้ยกเว้นว่า ถ้าเป็นบ้านหลังแรก ขนาดเล็ก เช่น 50 ตารางวา บ้านหลังเดียวในกรุงเทพฯ ก็ให้ยกเว้นภาษีโรงเรือน

ปัจจุบันนี้ เมืองและเศรษฐกิจพัฒนาไปมาก บ้าน 50 ตารางวา หรือ 200 ตารางเมตร ลงมาไม่ต้องเสีย อาคาร เช่น คอนโดมิเนียม ที่อยู่เพนเฮาส์ 199 ตารางเมตร ราคาร่วม 30 ล้านบาท ได้ยกเว้น แต่ถ้าเป็นเจ้าของที่ดิน มีอาคารพักอาศัย 51 ตารางเมตรบนที่ดินต้องเสียภาษี เกิดความไม่ยุติธรรมขึ้น เพราะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป

ทั่วโลกที่พัฒนาแล้วเขาจะรวมภาษีอาคารและภาษีที่ดินเข้าด้วยกัน เรียกว่า ภาษีอสังหาริมทรัพย์ หรือ Property Tax เอาราคาประเมินที่ดิน กรมที่ดิน บวกกับราคาอาคารที่คิดราคาลดหย่อนตามระยะเวลาที่ก่อสร้างและได้ใช้อาคารมารวมกัน และคิดเป็นอัตราเปอร์เซ็นต์แยกตามการใช้สอย ถ้าเป็นพื้นที่เกษตรไม่มีอาคารก็คิดเฉพาะที่ดิน ถ้าเป็นที่ดินในเมืองเป็นอสังหาฯ หรือพาณิชย์ หรือที่อยู่ ก็คิดที่ดินบวกอาคาร ก็เกิดความทันสมัยและเป็นธรรมขึ้น

ขณะที่ท้องถิ่นเก็บภาษีโรงเรือน เก็บได้บ้างไม่ได้บ้าง มีจุดอ่อนไหว รั่วไหลมาก ด้านภาษีค่าธรรมเนียมที่ดิน กรมที่ดินก็เก็บค่าส่วนกลาง อาจจะต้องถึงเวลาสังคายนาวิธีคิดเก็บภาษี Property Tax เสียที ในอดีตการใช้ Property Tax สร้างความหวาดกลัวให้ผู้มีที่ดินแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซื้อที่ดินเก็งกำไร แต่นั่นเป็นเพียงผลทางอ้อม ทางตรงคือ ปรับให้ทันสมัย สอดคล้องกับความจริง และถ้านักการเมืองซึ่งเป็นเจ้าของ เป็นห่วงว่าภาษีจะขึ้นรวดเร็ว ถ้าเช่นนั้นก็ให้มีบทเฉพาะกาลไว้สัก 5 ปี เพื่อจะปรับตัว โดยให้เสียภาษีเท่าเดิมไปก่อนก็ได้

อีกประการที่ต่างประเทศนำมาใช้ คือ ปรับภาษีการเก็งกำไร หรือเรียกว่า Capital Gain Tax ใครซื้อที่ดินมาแล้ว ขายได้กำไรจากที่ดินที่เพิ่มขึ้น ก็ให้เสียภาษีส่วนที่เพิ่มขึ้น เป็นอัตราเหมือนการเสียภาษีรายได้ส่วนบุคคล เสียเป็นอัตราคงที่ เช่น 4050% ของมูลค่าที่เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ผู้ซื้อที่ดินมาเก็งกำไรจากรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เช่น ปัจจุบัน ก็แบ่งกำไรกลับคืนรัฐครึ่งต่อครึ่ง ก็ยุติธรรมดี มิฉะนั้นเอกชนซื้อที่ดินมาจะได้ประโยชน์เต็มที่จากการลงทุนภาครัฐข้างเดียว

การปรับภาษีค่าธรรมเนียมอสังหาฯ ก็ขอให้ไปดูวิวัฒนาการแนวคิดภาษี 2 ตัวรวมกันด้วย เข้าใจว่าในคณะอนุกรรมการนิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎร ได้ถกกันมามากมายพอสมควร อย่าแค่คิดเฉพาะการเก็บภาษีค่าธรรมเนียมที่ดินเลย และให้มีบทเฉพาะกาลนานกว่า 5 ปีก็ได้ เจ้าของที่ดินและอาคารจะได้ไม่ตกใจ ปัจจุบันนี้ท้องถิ่นบางแห่งก็มีสิทธิจะปรับค่าภาษีโรงเรือนตามวินิจฉัยของตนเอง ทำให้กลุ่มธุรกิจโรงแรม การค้าพาณิชย์ และสนามกอล์ฟ รู้สึกว่าจะเป็นการวินิจฉัยมากกว่าเป็นระบบ ก็มีการฮั้วกันได้ตลอดเวลา

ก็ขอฝากนักการเมืองไว้ด้วย ดูเรื่องจะเป็นประโยชน์กับสังคมให้มากกว่าจะทะเลาะในเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนน้อยนิดเช่นปัจจุบันครับ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม