
อสังหาฯ ผนึกแบงก์ฝ่าปัญหาหนี้คนซื้อบ้าน
แม้ว่าการจับมือกลุ่มแบงก์พาณิชย์เพื่อทำแคมเปญทางการเงินจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
แม้ว่าการจับมือกลุ่มแบงก์พาณิชย์เพื่อทำแคมเปญทางการเงินจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ แต่แนวทางในการจับมือร่วมกันนับจากนี้ ไม่ใช่แค่การหาโปรโมชันดอกเบี้ยต่ำอีกต่อไป แต่ต้องหาแนวทางที่จะช่วยให้ลูกค้าผู้ซื้อบ้านสามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินได้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการระดับล่าง เพราะวิกฤตแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ จนทำให้ผู้ซื้อบ้านกู้ไม่ผ่านมีสัดส่วนสูงขึ้น นับเป็นปัญหาที่ยากจะมองข้าม
“ตลาดคอนโดมิเนียมต่ำล้าน เป็นตลาดที่มีความต้องการจริง ใครๆ ก็อยากเข้ามาทำ แต่ ณ เวลานี้ ใครที่อยากเข้ามาตลาดนี้ จะทำของขายอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องหาแนวทางให้ลูกค้ากลุ่มนี้กู้ให้ผ่านด้วย นั่นจึงเป็นภารกิจสำคัญที่พฤกษาต้องเดินหน้าเจรจากับทุกแบงก์พาณิชย์” วรรณา ชัยสุพัฒนากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าว
กลุ่มพฤกษาเสนอโมเดลสร้างเครดิตทางการเงินของลูกค้าให้กับทางแบงก์ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เช่น โครงการพลัม คอนโด พหลโยธินรังสิต ให้ลูกค้าที่จองเปิดบัญชีออมทรัพย์ ฝากเท่าเงินค่างวดจริง และฝากเงินตรงเวลาทุกเดือน จนถึงเวลาโอน แบงก์มีแนวโน้มจะอนุมัติสินเชื่อให้เลย (ยกเว้นคนติดเครดิตบูโร) ยกตัวอย่างเช่น กู้เงินซื้อบ้าน 7 แสนบาท ตัดสินใจตั้งแต่จองซื้อคอนโดเลยว่าจะผ่อน 20 ปี หรือ 30 ปี ถ้าผ่อน 20 ปี ต้องผ่อนจริงประมาณ 4,500 บาท ก็ให้ฝากเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ 4,500 บาททุกเดือน
ทั้งนี้ เงินฝากดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับเงินดาวน์ที่ลูกค้าต้องผ่อนจ่ายให้กับโครงการ และห้ามถอนจนกว่าจะถึงวันโอน เพื่อสร้างเครดิตทางการเงิน โดยปัจจุบันพฤกษาได้ตกลงเซ็นเอ็มโอยูตามโมเดลนี้กับแบงก์ธนชาตแล้ว และอยู่ระหว่างเจรจากับแบงก์อื่นๆ ซึ่งวิธีการนี้นอกจากจะช่วยให้ลูกค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมระดับล่างกู้ได้ง่ายขึ้น ยังช่วยให้กลุ่มลูกค้าที่ทำอาชีพอิสระ มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้มากขึ้นด้วย
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับ เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่กล่าวว่า การที่หนี้สินภาคครัวเรือนสูงขึ้นจนทำให้ผู้ซื้อบ้านกู้ได้ยากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องหาแนวทางช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ และเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ แคมเปญการเงินประเภทอยู่ฟรี 1 ปี หรือ 2 ปี แม้ลูกค้าจะชอบมาก และกระตุ้นยอดขายได้ดี แต่แบงก์ไม่ชอบ เพราะแบงก์มองว่าจะทำให้ลูกค้าไม่มีวินัยทางการเงิน อีกทั้ง แคมเปญอยู่ฟรี 1 ฟรี ทำให้แบงก์จะไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ กว่าจะรู้ว่าลูกค้ารายนั้น ไม่มีวินัยทางการเงินก็อาจช้าไปแล้ว
นั่นเป็นผลให้แคมเปญทางการเงินของเสนาฯ ที่ร่วมกับแบงก์ซีไอเอ็มบี ภายใต้ชื่อ “เสนาลบหนี้ให้ 10 ปี” จึงออกมาในลักษณะช่วยให้ลูกค้าผ่อนสั้นลง 10 ปี แต่ต้องผ่อนตั้งแต่วันแรก ซึ่งวิธีนี้แบงก์ก็จะเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าอาชีพอิสระกู้บ้านได้ง่ายขึ้น
ขณะที่เจ้าตลาดคอนโด กลางล่าง อย่าง แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ ก็ใช้กลยุทธ์ดูแลลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นซื้อบ้าน เพื่อให้ปลายทางสามารถกู้เงินจากแบงก์ได้เช่นเดียวกัน โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า เวลานี้เราต้องดูแลลูกค้าที่เข้ามาซื้อตั้งแต่ต้นทาง แนะนำให้สร้างเครดิตทางการเงิน เคลียร์หนี้สินตั้งแต่เริ่มจองซื้อคอนโดเลย เมื่อตึกเสร็จ เวลากู้จะได้ไม่มีปัญหา ซึ่งการดูแลลูกค้าที่ใกล้ชิดมากขึ้น มีผลให้สัดส่วนการปฏิเสธสินเชื่อของแบงก์ลดน้อยลง
แนวโน้มการผนึกกำลังกับแบงก์ ช่วยลูกค้าให้กู้ผ่าน คาดว่าจะเห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงโค้งท้ายปี 2556 ที่ทุกค่ายต่างต้องเร่งโอน โดยถือคติว่า ถ้าลูกค้ารอด บริษัทก็รอดเช่นกัน







