posttoday
หวั่นหนี้เสีย‘ไอแบงก์’ปูด

หวั่นหนี้เสีย‘ไอแบงก์’ปูด

07 ตุลาคม 2556

หลังเจอปัญหาผู้บริหารลาออกหลายคน‘ธงรบ’โพสต์เฟซบุ๊กเปิดใจชนคลัง

หลังเจอปัญหาผู้บริหารลาออกหลายคน‘ธงรบ’โพสต์เฟซบุ๊กเปิดใจชนคลัง

“ธงรบ” ดับเครื่องชนคลัง ยันแก้ไขหนี้ไอแบงก์ได้ตามเป้าหมาย

นายธงรบ ด่านอำไพ อดีตกรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Thongrob Danampai’s เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมาหลังการลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารในไอแบงก์ทุกตำแหน่ง โดยระบุว่า

“กระทรวงการคลังให้ข่าวเท็จ ...หนี้ไอแบงก์แก้ไขไปได้มากกว่าเป้าหมาย จากเป้าหมายตามแผนฟื้นฟู ปีละ 6,500 ล้านบาท แต่แก้ไขยังไม่ถึงปีได้มากกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท แต่ที่หนี้เสียมีปริมาณหนี้เสียเพิ่ม เกิดจากหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากกรรมการผู้จัดการ นายธานินทร์ อังสุวรังษี คนที่ รมว.คลัง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ส่งมาบริหารงานเป็นกรรมการผู้จัดการทำให้หนี้เสียเพิ่มจาก 2.4 หมื่นล้านบาท ในเดือน ธ.ค. 2555 มาเป็น 4.2 หมื่นล้านบาท ในเดือน มิ.ย. 2556

ตรงนี้ทำไมไม่พูดถึง กำกับดูแลอย่างไรถึงปล่อยให้หนี้เพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว และต่อมานายธานินทร์ถูกพนักงานธนาคารเข้าชื่อร่วมกันมากกว่า 1,400 คนขับไล่ออกไป แต่รัฐมนตรีไม่เอาผิด และยังมีคำสั่งไม่ให้ผมซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการบริหาร สอบสวนลงโทษอีกด้วย เป็นการช่วยเหลือปกปิดความผิดให้กัน แล้วกลับมาให้ข่าวว่าไอแบงก์แก้หนี้เสียได้น้อย ผมไม่มีผลงาน ซึ่งไม่ตรงกับความจริง”

นายธงรบ ยังระบุว่า นี่เป็นการโกหกประชาชน ไม่มีคุณธรรม ไม่มีจริยธรรมขอให้หยุดการโกหกประชาชนและใส่ร้าย ไม่เช่นนั้นจะไม่เกรงใจและจะออกมาเปิดโปงความจริงทั้งหมดผมยอมลาออกให้ตามที่ขอร้องแล้ว ยังมาใส่ร้ายเอาดีให้ตัวเองอีก ขอให้ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติจริง ๆ ด้วยความซื่อตรงดีกว่าครับ..อย่าสร้างภาพ ไม่งั้นผมจะไม่เกรงใจ นะครับ ..... หรือจะให้ผมออกมาเปิดโปง ความจริงทั้งหมด ...ครับ

นายเปรมกมลย์ ทินกร ณ อยุธยา ประธานกรรมการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ไม่มีคนของกระทรวงการคลังเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการแต่อย่างใด

“นายธงรบเคยระบุว่าหากสามารถแก้ไขปัญหาหนี้เสียและฟื้นฟูองค์กรให้ดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ก็จะขอลาออกและกลับไปทำธุรกิจส่วนตัว” นายเปรมกมลย์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่นายธงรบได้เข้ามาบริหารงานในธนาคาร สามารถแก้ไขปัญหาหนี้เสียได้แล้วกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้ฐานะของธนาคารกลับมาแข็งแกร่งจนสามารถทำธุรกิจได้ตามปกติ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในไอแบงก์นั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วกว่านี้ เพราะหนี้เสียอาจจะมีเพิ่มมากขึ้นหากไม่มีการบริหารจัดการ ซึ่งจะทำให้เงินเพิ่มทุนของธนาคารอาจจะสูงเกินกว่าที่เคยขอไว้ 6,000 ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงการคลังยังไม่เพิ่มทุนให้เพราะต้องการให้แผนการฟื้นฟูธนาคารทำให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน