
ไทยเที่ยวนอกโตแรง
อาเซียนพลัสแข่งดึงลูกค้ากระเป๋าหนักญี่ปุ่นเนื้อหอมสุดหลังลดราคาทัวร์
อาเซียนพลัสแข่งดึงลูกค้ากระเป๋าหนักญี่ปุ่นเนื้อหอมสุดหลังลดราคาทัวร์
เอกชนชี้ตลาดไมซ์อินเซนทีฟเอเชียแข่งดุ คาดคนไทยแห่เที่ยวนอกโต 10% ญี่ปุ่นสุดฮิตหลังลดราคาทัวร์
นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผยว่า บริษัทเอเยนต์ทัวร์ต่างประเทศกลุ่มอาเซียน พลัส เช่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย ญี่ปุ่น ได้จัดรายการส่งเสริมการขายช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. อย่างดุเดือด เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อด้านการท่องเที่ยวช่วงปลายปี ซึ่งคาดว่าปีนี้ยอดนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเพื่อรางวัล (อินเซนทีฟ) ออกนอกประเทศจะเติบโต 10% เป็น 5.5 แสนคน
ทั้งนี้ สาเหตุที่บริษัททัวร์ปรับกลยุทธ์มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเซนทีฟมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปกว่า 3 เท่าตัว เฉลี่ยใช้จ่าย 1.2-1.5 แสนบาทต่อทริป เฉลี่ยวันพัก 58 วัน โดยการแข่งขันดังกล่าว บริษัททัวร์ประเทศปลายทางได้ให้สิทธิประโยชน์กับบริษัททัวร์ประเทศต้นทางที่นำนักท่องเที่ยวเดินทางยังประเทศของตัวเอง เช่น มาเลเซียสนับสนุนงบประมาณให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจำนวน 100-150 คน รวมถึงจัดงานเลี้ยงต้อนรับ เป็นต้น
สำหรับภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มนี้ นิยมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด โดยคาดว่าในปีนี้ตลาดญี่ปุ่นจะเติบโต 20% เนื่องจากผู้ประกอบการได้ปรับลดราคาแพ็กเกจทัวร์เหลือเริ่มต้นที่ 2.82.9 หมื่นบาทต่อแพ็กเกจ จากเดิมเริ่มต้น 3.5-3.9 หมื่นบาทต่อแพ็กเกจ รวมถึงรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดฟรีวีซ่า ทำให้นักท่องเที่ยวไทย
“ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะมุ่งจัดแพ็กเกจทัวร์เจาะกลุ่มตลาดเฉพาะมากขึ้น พร้อมมีกิจกรรมสร้างสีสันและความสนใจให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างแรงจูงใจและตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศมากกว่าจัดงานในประเทศ ทำให้ปีนี้ทัวร์เอาต์บาวด์มีความคึกคัก” นายสุทธิพงศ์ กล่าว
ขณะเดียวกันทีทีเอเอมองว่า สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ต้องเร่งปรับกลยุทธ์รับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงจากต่างประเทศ ซึ่งมีกลยุทธ์ที่ดี ในขณะที่ทีเส็บไม่มีทักษะการแข่งขันเรื่องการประมูลงานใหญ่ระดับนานาชาติเทียบเท่าคู่แข่งต่างชาติ อย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบายและจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขณะที่ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณขณะที่ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ







