
เป๊ปซี่ตำนานเมาเทนดิวหมัดเด็ดลุยน้ำสีทวงแชมป์
สมรภูมิน้ำอัดลมตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรงเพื่อชิงผู้นำตลาด
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
สมรภูมิน้ำอัดลมตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรงเพื่อชิงผู้นำตลาด ซึ่งเป๊ปซี่ในฐานะมวยรอง หลังสูญเสียแชมป์ให้กับโค้กได้วางยุทธศาสตร์เพิ่มความแข็งแกร่งกลุ่มสินค้าน้ำอัดลม ด้วยการรุกตลาดน้ำสี นำแบรนด์เมาเทนดิวกลับมาทำตลาดอีกครั้ง และตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งหมัดเด็ดสอยบัลลังก์โค้ก เพื่อก้าวสู่ผู้นำตลาด1-2ปีข้างหน้านี้
สตีฟ โรมาซานตา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ประจำภูมิภาคเอเชียของเป๊ปซี่โค บริษัท เป๊ปซี่โคล่าผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมเป๊ปซี่ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดน้ำอัดลม บริษัทจะเดินหน้าสร้างตลาดน้ำสีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตอีกมาก โดยในปีที่ผ่านมาตลาดน้ำสีเติบโต 8% และในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ยังเติบโตถึง 14%
นอกจากนี้ ยังมีช่องว่างให้ทำตลาดอีกมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดน้ำดำมูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท ที่แข่งขันดุเดือดจาก 3 ค่ายใหญ่ โค้ก เอส และบิ๊ก โคล่า
ดังนั้น ล่าสุดบริษัทจึงตัดสินใจนำแบรนด์เมาเทนดิวเข้ามาเพิ่มความแข็งแกร่งในพอร์ตสินค้าในกลุ่มน้ำสี จากที่ผ่านมามีแบรนด์มิรินด้าและเซเว่นอัพในตลาดเครื่องดื่มเลมอนเนตเท่านั้น โดยเมาเทนดิวจะเป็นกลิ่นซิตรัวเข้ามาเสริมตลาดน้ำสีที่ปัจจุบันมีเพียง แดง เขียว ส้ม และเลมอนเนต อีกทั้งยังสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่มีความกล้าพร้อมทดลองเครื่องดื่มใหม่ๆ
“การเปิดเกมรุกตลาดน้ำสีของเป๊ปซี่ เพื่อต้องการสร้างตลาดน้ำสี ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 30% ของตลาดรวมให้เพิ่มเป็น 50% ส่วนน้ำดำสัดส่วน 70% เป็นเหลือ 50% เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปากีสถาน หลังจากเปิดตัวเมาเทนดิวเป็นจุดเปลี่ยนพลิกให้ตลาดน้ำสีกลายมาเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้น” โรมาซานตา กล่าว
การสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อและทดลองดื่มนั้น จะใช้นวัตกรรมขวดนีออนเมาเทนดิว ซึ่งเปิดตัวในไทยประเทศเดียวในอาเซียน และจุดเด่นรสชาติแปลกใหม่ ภายใต้แนวคิด “กล้า ท้า ลอง” รวมทั้งเน้นจัดกิจกรรมแปลกใหม่กีฬาเอ็กซ์ตรีมและแจกสินค้ากว่า 2 ล้านขวด
นางลัดดาวรรณ เลิศวศิน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่โคล่า กล่าวว่า สินค้าพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มน้ำอัดลมนั้น กลุ่มน้ำสีสร้างรายได้ในสัดส่วน 30% และการเปิดตัวเมาเทนดิวคาดว่าจะผลักดันให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในอนาคต ส่วนโดยเมาเทนดิวประสบความสำเร็จในหลายประเทศมาแล้ว ส่วนน้ำดำมีสัดส่วนรายได้ถึง 70% สินค้าในพอร์ตโฟลิโอกลุ่มนันคาร์บอเนตหรือไม่อัดลมของบริษัท ประกอบด้วย ลิปตัน เครื่องดื่มเกลือแร่เกเตอเรตและน้ำดื่มอควาเวส ส่วนน้ำผลไม้ทวิสเตอร์ขณะนี้ได้หยุดทำการตลาดไป หลังจากหมดสัญญากับเสริมสุข แต่ทวิสเตอร์ยังเป็นสินค้าที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอในไทยอยู่
จากนี้ไปคงต้องจับตาแนวรบตลาดน้ำสีที่มีทีท่าว่าจะปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากค่ายโค้กซึ่งมีแฟนต้าเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาดน้ำสีและสไปรท์ในตลาดเลมอนเนต ส่งผลให้ในตลาดน้ำสีค่ายโค้กมีส่วนแบ่ง 75% ขณะที่ค่ายเป๊ปซี่มีส่วนแบ่งน้ำสีมิรินด้าและเซเว่นอัพ ส่วนแบ่งกว่า 20%
ซึ่งที่ผ่านมาโค้กเปิดตลาดขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มเครื่องดื่มไม่อัดลม ด้วยการเปิดตัวน้ำสมุนไพรฮาบุ
ปัจจุบันโค้กถือว่าเป็นผู้นำตลาดน้ำดำครองส่วนแบ่ง 50% จากมูลค่าตลาดกว่า 3 หมื่นล้านบาท ส่วนเอส โคล่า จากค่ายเสริมสุขมีส่วนแบ่งในช่วง 8 เดือน 15% และตั้งเป้าปีแรกเพิ่มเป็น 20%
งานนี้ต้องลุ้นเป๊ปซี่ว่าจะโค่นบัลลังก์โค้กได้หรือไม่ กับหมากตัวใหม่ในตลาดน้ำสีกับเมาเทนดิวจะอยู่หรือไปเหมือนในอดีตต้องดูกันอีกยาว







