
กิตติรัตน์ พ้นผิดที่ White Lie
หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์มานานเรื่องการโกหกสีขาวของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในเรื่องของการไม่ให้ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นจริงต่อสาธารณชน ทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อภาคธุรกิจเอกชนนั้น
หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์มานานเรื่องการโกหกสีขาวของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในเรื่องของการไม่ให้ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นจริงต่อสาธารณชน ทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อภาคธุรกิจเอกชนนั้น
ขณะนี้เรื่องน่าจะเดินทางมาถึงบทสุดท้ายแล้ว เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุว่า กิตติรัตน์ ไวท์ลาย ไม่ผิดระเบียบสำนักนายกฯ
รักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยกรณีมีผู้ร้องเรียนว่า กิตติรัตน์ โกหกสีขาว (White Lie) ให้ข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่ถูกต้องแล้วว่า ไม่ผิดประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมได้ทำสำเนาส่งให้ผู้ร้องและนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาแล้ว
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ ผู้ช่วยผู้ประสานงานกลุ่มกรีน และ มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบกรณีที่กิตติรัตน์กล่าวปราศรัยในงานสัมมนา “1 ปี ยิ่งลักษณ์กับอนาคตเศรษฐกิจไทย” เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2555 ว่า เป้าการส่งออกในปี 2555 เติบโตไม่ถึง 15% อย่างที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ และระบุว่า ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะพูดในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและ รมว.คลัง จึงได้รับอนุญาตให้พูดในเรื่องไม่จริงในบางเรื่องได้นั้น ขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2551 หรือไม่ว่า
เรื่องนี้ผู้ตรวจการฯ มีคำวินิจฉัยแล้วตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมได้ทำสำเนาส่งให้ผู้ร้องและนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาแล้ว
กรณีดังกล่าวได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ อาทิ สมาคมหอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าชี้แจงว่า ถือเป็นตัวเลขที่ใช้คาดการณ์และความพยายามที่จะทำให้เศรษฐกิจโตได้ตามเป้า เป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องทำ
อีกทั้งยืนยันว่า การประมาณการตัวเลขทางเศรษฐกิจของกิตติรัตน์ไม่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ เนื่องจากภาคเอกชนได้ประมาณการค่าเฉลี่ยเศรษฐกิจของแต่ละองค์กรธุรกิจแล้ว ไม่ได้อ้างอิงกับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างเดียว และเหตุที่ตัวเลขเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้านั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปที่มีปัญหาในขณะนั้นด้วย ส่งผลให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจลดลง
ดังนั้น ผู้ตรวจการฯ จึงมีความเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของกิตติรัตน์ ถือว่าไม่เข้าข่ายขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2551 เนื่องจากเป็นการคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจตามปกติ
แต่การที่กิตติรัตน์ออกมาระบุในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและ รมว.คลัง จึงได้รับอนุญาตให้พูดไม่จริงในบ้างเรื่องก็ได้นั้น ทำให้มีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตัวกิตติรัตน์ คณะรัฐมนตรี และประเทศ
ดังนั้น ผู้ตรวจการฯ จึงทำความเห็นดังกล่าวส่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชา กำชับให้รัฐมนตรีตระหนักถึงการให้ข้อมูลต่อสาธารณชน ที่อาจเป็นอันส่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทย







