
พัฒนาคลัสเตอร์แฟรนไชส์ไทย
มาพัฒนาคลัสเตอร์แฟรนไชส์ไทยกันเถอะเมื่อพิจารณาตามนิยามตามความหมายของคำว่า “คลัสเตอร์” ที่หมายถึง การกระจุกตัวหรือการรวมกลุ่มของวิสาหกิจที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยวิสาหกิจในกลุ่มผลิตสินค้า (หรือให้บริการ) ที่มีลักษณะเหมือนกัน เกี่ยวข้องกัน หรือส่งเสริมกัน จึงเผชิญปัญหา อุปสรรค โอกาส และการท้าทายทางธุรกิจคล้ายกัน นอกจากนี้ยังหมายรวมถึง ผู้ให้บริการ สถาบันการเงิน สถาบันสนับสนุนต่างๆ และหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง จึงน่าจะแบ่งคลัสเตอร์ในธุรกิจแฟรนไชส์ออกได้เป็น 9 คลัสเตอร์ ได้แก่ 1.อาหารและเครื่องดื่ม 2.บริการ 3.การศึกษา 4.ความงาม 5.ค้าปลีก 6.งานพิมพ์ 7.หนังสือและวิดีโอ 8.อสังหาริมทรัพย์ 9.โอกาสทางธุรกิจ
มาพัฒนาคลัสเตอร์แฟรนไชส์ไทยกันเถอะเมื่อพิจารณาตามนิยามตามความหมายของคำว่า “คลัสเตอร์” ที่หมายถึง การกระจุกตัวหรือการรวมกลุ่มของวิสาหกิจที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยวิสาหกิจในกลุ่มผลิตสินค้า (หรือให้บริการ) ที่มีลักษณะเหมือนกัน เกี่ยวข้องกัน หรือส่งเสริมกัน จึงเผชิญปัญหา อุปสรรค โอกาส และการท้าทายทางธุรกิจคล้ายกัน นอกจากนี้ยังหมายรวมถึง ผู้ให้บริการ สถาบันการเงิน สถาบันสนับสนุนต่างๆ และหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง จึงน่าจะแบ่งคลัสเตอร์ในธุรกิจแฟรนไชส์ออกได้เป็น 9 คลัสเตอร์ ได้แก่ 1.อาหารและเครื่องดื่ม 2.บริการ 3.การศึกษา 4.ความงาม 5.ค้าปลีก 6.งานพิมพ์ 7.หนังสือและวิดีโอ 8.อสังหาริมทรัพย์ 9.โอกาสทางธุรกิจ
กล่าวได้ว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยมีการพัฒนาในลักษณะคลัสเตอร์ เนื่องจากมีองค์ประกอบต่างๆ ที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาในลักษณะคลัสเตอร์อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการประสาน เชื่อมโยงทั้งในกลุ่มของผู้ประกอบการด้วยกันและระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการกับหน่วยงานสนับสนุนภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน เกิดเป็นภาพแผนภูมิคลัสเตอร์ (Cluster Map) ที่มีโครงสร้างและองค์ประกอบครบถ้วนและมีศักยภาพที่จะร่วมกันผลักดันการพัฒนาให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
ประการแรก ธุรกิจแฟรนไชส์มีการเติบโตเรื่อยมาตั้งแต่ครั้งแรกโดยกลุ่มธุรกิจมินิมาร์ทในช่วงปี 2526 ปัจจุบันผ่านมา 30 ปี มีร้านและธุรกิจที่อยู่ในระบบแฟรนไชส์ในไทยทั้งสิ้น 7.58.5 หมื่นแห่ง เติบโตเฉลี่ยปีละ 20% หรือเฉลี่ยปีละ 8,000 กว่าสาขาต่อปี หรือเท่ากับมีร้านที่อยู่ในธุรกิจแฟรนไชส์เกิดขึ้นเฉลี่ยวันละ 20 แห่ง โดยตลาดแฟรนไชส์ในปี 2556 มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 2.38 แสนล้านบาท
ประการต่อมา เรามีหน่วยงานภาครัฐที่ถูกจัดตั้งขึ้นมารองรับในการผลักดันนโยบายด้านแฟรนไชส์ที่ชัดเจน คือ สำนักส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่ส่งเสริมทั้งด้านการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อยกระดับธุรกิจให้มีมาตรฐานสากล
ประการที่สาม สถาบันการศึกษาเริ่มมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งผลิตบัณฑิตเพื่อป้อนตลาดในธุรกิจแฟรนไชส์มากขึ้น เริ่มจากหลักสูตรการบริหารธุรกิจแฟรนไชส์ Mini MBA in Franchise Management ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม และหลักสูตรกฎหมายแฟรนไชส์ ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และยังมีหลักสูตรปลีกย่อยจากสถาบันการศึกษาต่างๆ กำลังร่วมพัฒนาแรงงานป้อนเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง
ประการที่สี่ มีสถาบันการเงินและการลงทุน ที่มีบริการด้านสินเชื่อธุรกิจ SME หรือสินเชื่อแฟรนไชส์ และบริการให้คำปรึกษาด้านนี้โดยเฉพาะ ทั้งสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ
ประการที่ห้า มีสถาบันส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ เสริมสร้างความสามารถให้กับผู้ประกอบการในด้านการบริหารจัดการ เช่น สถาบันฝึกอบรมสัมมนา ที่มีหลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการในเกือบจะทุกด้าน
ประการที่หก มีธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องและมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์เกิดขึ้นจำนวนมาก อาทิ ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับแฟรนไชส์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านแฟรนไชส์
ประการสุดท้าย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ มีสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจ ที่จะมีส่วนช่วยสร้างความร่วมมือและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ให้มั่นคงมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีหลายสมาคมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ สมาคมแฟรนไชส์ไทย เป็นต้น โดยสมาคมที่มีบทบาทสำคัญพยายามที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆ 4 แนวทาง ได้แก่ 1.ศูนย์กลางด้านข้อมูล ข่าวสาร องค์ความรู้ การบริหารจัดการ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ 2.ศูนย์กลางด้านความร่วมมือและการแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ 3.ศูนย์กลางด้านการสร้างความร่วมมือและเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ และ 4.ศูนย์กลางในการวิจัยและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์และไลเซนส์ในประเทศไทย
ดังนั้น แนวทางการพัฒนาธุรกิจในลักษณะคลัสเตอร์ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ในระยะยาว จะต้องใช้ความเป็น SMEs ของคนไทย เป็นจุดร่วมในการผนึกกำลังกันเพื่อสร้างธุรกิจแฟรนไชส์ไทยจากรากหญ้าสู่ระดับประเทศ และเพื่อก้าวไปสู่เวทีโลก โดยเน้นการยกระดับเทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการ ระบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง และการสร้างชื่อตราสินค้าอย่างมีทิศทาง เป้าหมาย และมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันที่ชัดเจน







