
ไฟแนนซ์ทูเดย์
สัปดาห์นี้ มีสองงานสำคัญที่จะต้องยกเลิกกะทันหัน หนึ่งคือ การนัดหารือระหว่างกระทรวงการคลังและเอกชนผู้ประกอบการผลิตสินค้าในประเทศ
...สัปดาห์นี้ มีสองงานสำคัญที่จะต้องยกเลิกกะทันหัน หนึ่งคือ การนัดหารือระหว่างกระทรวงการคลังและเอกชนผู้ประกอบการผลิตสินค้าในประเทศ ถึงผลกระทบหากรัฐบาลจะพิจารณาปรับลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย
และอีกหนึ่งนัด คือ การนัดหารือระหว่างผู้บริหารแบงก์ชาติกับผู้ค้าทองคำในประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกรณีที่แบงก์ชาติกำลังหาทางที่จะป้องกันการเก็งกำไรทองคำ ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้ตัวเลขการนำเข้าส่งออก และค่าเงินผันผวน
...ที่ทั้ง 2 งานต้องยกเลิก ก็เพราะ เดอะโต้งกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ออกมาให้นโยบายให้ชัดๆ ไปเลยว่า รัฐบาลไม่มีแผนจะลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม และไม่มีแผนที่จะควบคุมการนำเข้าทองคำ สิ้นเสียงของ รมว.คลัง ทั้งสองเรื่องกลายเป็นการโยนหินถามทางไปทันที
เมื่อนโยบายนี้ล้มเลิกไป ก็อย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บดีกว่า ว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า
...ยามนี้นายแบงก์ทั้งหลาย ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นสบาย แต่ต้องนั่งเรือ ลุยน้ำ ไปหาลูกค้าว่าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้างไหม ต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง การช่วยลูกหนี้ถือเป็นการช่วยตัวเอง เพราะถ้าลูกหนี้ไปไม่รอด แบงก์ต้องสำรองหนี้เสียเยอะ กำไรก็จะหดหายไปกับสายน้ำ
...มีเสียงบ่นพึมพำมาจากแวดวงธนาคาร ที่ขณะนี้ศึกชิงบุคลากรกำลังดุเดือด จนทำให้เงินเดือนคนทำงานแบงก์พุ่งปรู๊ดปร๊าด จนเกิดคำถามว่าสูงจนทำให้ตลาดเสียหรือเปล่า เรื่องนี้ บุญทักษ์ หวังเจริญ ซีอีโอธนาคารทหารไทย ยืนยันว่าจริง ขนาดผู้บริหารจากไอเอ็นจี กรุ๊ป จากเนเธอร์แลนด์ หมุนเวียนสับเปลี่ยนมาทำงานที่ไทย บางคนได้เงินเดือนน้อยกว่าผู้บริหารคนไทยเสียอีก เป็นซะงั้น







