posttoday
เปิดตัว "เป่ยต้าฮวง" ความหวังรัฐไทย ขายข้าวใช้หนี้

เปิดตัว "เป่ยต้าฮวง" ความหวังรัฐไทย ขายข้าวใช้หนี้

30 กันยายน 2556

หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์สออกมาระบุเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ทางการจีนยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ในการซื้อข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลไทยในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ตามที่ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ระบุก่อนหน้านี้ว่าได้ทำสัญญาขายข้าวให้รัฐบาลจีนแล้ว 1.2 ล้านตัน

หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์สออกมาระบุเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ทางการจีนยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ในการซื้อข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลไทยในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ตามที่ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ระบุก่อนหน้านี้ว่าได้ทำสัญญาขายข้าวให้รัฐบาลจีนแล้ว 1.2 ล้านตัน

ส่งผลให้นิวัฒน์ธำรงออกมายอมรับว่า แม้จะยังไม่ได้ทำสัญญาขายข้าว แต่คาดว่าจะลงนามในอีก 2 สัปดาห์ พร้อมกับเปิดชื่อ บริษัท เป่ยต้าฮวง กรุ๊ป วิสาหกิจจีน ที่สนใจทำสัญญาซื้อข้าวจากไทย

ทำให้หลายฝ่ายสนใจว่า เป่ยต้าฮวง กรุ๊ป มีตัวตนจริงหรือไม่ และทำธุรกิจอะไร เพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยกับบริษัท จีเอสเอสจี ของจีนที่ทำธุรกิจขายเครื่องกีฬา แต่มาซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลไทย

อย่างไรก็ตาม เมื่อค้นดูแล้วพบว่า เป่ยต้าฮวง กรุ๊ป นอกจากจะมีตัวตนอยู่จริงแล้ว ยังเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านการเกษตรรายใหญ่ของจีน มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง และถือเป็นวิสาหกิจอันดับต้นๆ ใน 120 วิสาหกิจรายใหญ่ของจีน ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 5 หมื่นล้านหยวน ยอดขายราว 2.68 หมื่นล้านหยวน

เป่ยต้าฮวง กรุ๊ป ทำธุรกิจหลากหลายในภาคอุตสาหกรรม การค้า ขนส่ง ก่อสร้าง และภาคบริการ มีเครื่องบินที่ใช้ในการเกษตร 30 ลำ ศูนย์แปรรูปธัญพืช 198 แห่ง โรงงานแปรรูปเมล็ดพันธุ์ 59 แห่ง รวมทั้งมีฟาร์มในเครือข่าย 104 แห่ง และยังเป็นเจ้าของที่ดิน 5.43 ล้านเฮกตาร์ หรือ 12.6% ของพื้นที่ทั้งหมดในมณฑลเฮยหลงเจียง ผลิตภัณฑ์หลักๆ ได้แก่ ธัญพืช พืชน้ำมัน พืชผลิตน้ำตาล ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม และสัตว์น้ำ

จากข้อมูลที่ค้นได้ ปี 2547 เป่ยต้าฮวง กรุ๊ป มีการนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ มูลค่า 210 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีวิสาหกิจในเครือ 1,136 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ เป่ยต้าฮวง ไรซ์ อินดัสตรี ที่เน้นผลิตภัณฑ์ข้าวและแปรรูปข้าวปีละกว่า 2.5 ล้านตัน ผลิตข้าวสารได้กว่า 1.5 ล้านตัน

เว็บไซต์ไชน่า เดลี รายงานเมื่อเดือน ส.ค. 2556 ที่ผ่านมาว่า มณฑลเฮยหลงเจียงเจอพายุฝนและน้ำท่วม ส่งผลให้พื้นที่ปลูกข้าวถูกน้ำท่วมราว 5,300 เฮกตาร์ ทำให้ทางการปักกิ่งกำหนดโควตานำเข้าข้าวปี 2556-2557 ไว้ 5.32 ล้านตัน และมีโอกาสจะนำเข้าเพิ่มอีกจากสภาพอากาศเลวร้าย ทั้งนี้ในปี 2555 จีนนำเข้าข้าวจากต่างประเทศราว 2.36 ล้านตัน รวมทั้งไทยและเวียดนาม

ดูจากข้อมูลเหล่านี้แล้ว ก็น่าเชื่อได้ว่าจีนจะนำเข้าข้าวจากไทย

แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไทยจะลงนามสัญญาซื้อขายข้าวกับวิสาหกิจจีนแห่งนี้เมื่อไหร่ เพราะเดิมที่คาดว่าจะลงนามได้ในต้นเดือน ต.ค. หากคำนวณตามที่นิวัฒน์ธำรงระบุว่าภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากวันที่ 17 ก.ย. แต่คำให้สัมภาษณ์ล่าสุดกลายเป็นภายในเดือน ต.ค.นี้

ระยะเวลาการลงนามในสัญญาและการส่งมอบข้าวถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับกระทรวงพาณิชย์ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่จะต้องระบายข้าวหาเงินมาชำระหนี้ให้กระทรวงการคลัง เพื่อปิดบัญชีหนี้จำนำข้าวให้อยู่ในกรอบ 5 แสนล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากยอดปัจจุบันที่ทะลุไปอยู่ 6.7 แสนล้านบาท

และหากคำนวณจากตัวเลขที่รัฐบาลประกาศออกมา คือมีการระบายข้าวรับจำนำแล้ว 11.07 ล้านตัน และส่งเงินคืนคลังได้ 1.5-1.6 แสนล้านบาท เท่ากับราคาขายตกตันละ 1.1-1.2 หมื่นบาทเท่านั้น หากขายข้าวให้จีน 1.2 ล้านตัน ก็น่าจะได้เงินประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท รวมกับที่มีสัญญาขายให้อิหร่านอีก 2.5 แสนตัน อีก 3,000 ล้านบาทเท่านั้น

ดูแล้วกระทรวงพาณิชย์จะต้องเร่ขายข้าวอีกจำนวนมหาศาลจึงจะลดหนี้ลงมาให้อยู่ในกรอบ 5 แสนล้านบาทได้

ภารกิจนี้จึงใหญ่หลวงและหนักอึ้งยิ่งนัก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน