
หุ้นเช้า30ก.ย.ร่วง29.45จุด
หุ้นภาคเช้า30ก.ย.ดัชนีปิดที่ 1,388.04 จุด ลดลง 29.45 จุด มูลค่าการซื้อขาย 14,555.39 ล้านบาท
หุ้นภาคเช้า30ก.ย.ดัชนีปิดที่ 1,388.04 จุด ลดลง 29.45 จุด มูลค่าการซื้อขาย 14,555.39 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 ก.ย. เปิดตลาดหุ้นดัชนีหุ้นไทยร่วงแรง มาปิดตลาดที่ระดับ 1,388.04 จุด ลดลง 29.45 จุด หรือ 2.08% มูลค่าการซื้อขาย 14,555.39 ล้านบาท
5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
1.INTUCH ปิดที่ 82 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 2.38% มูลค่าการซื้อขาย 780 ล้านบาท
2.KTB ปิดที่ 19.30 บาท ลดลง 0.60 บาท หรือ 3.02% มูลค่าการซื้อขาย 700 ล้านบาท
3.SCB ปิดที่ 150.50 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 2.27% มูลค่าการซื้อขาย 680 ล้านบาท
4.KBANK ปิดที่ 176.50 บาท ลดลง 5.50 บาท หรือ 3.02% มูลค่าการซื้อขาย 647 ล้านบาท
5.TRUE ปิดที่ 7.75 บาท ลดลง 0.15 บาท หรือ 1.90% มูลค่าการซื้อขาย 599 ล้านบาท
บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ปัจจัยจากต่างประเทศกดดันตลาดหุ้นไทย กรณีความกังวลกับปัญหาการคลังสหรัฐมากขึ้น หลังจากสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณปี 2557 ของรัฐบาลสหรัฐ โดยให้ผ่านเป็นร่างกฎหมายใช้จ่ายชั่วคราวเพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐสามารถดำเนินงานได้ต่อในช่วงวันที่ 1 ต.ค. – 15 พ.ย. นี้ไปก่อน และในวันที่ 30 ก.ย. 2556 สภาผู้แทนฯจะพิจารณาร่างกฎหมายอีกครั้ง
แต่ในมุมมองของฝ่ายวิจัยคาดว่าท้ายที่สุดประเด็นนี้น่าจะหาทางออกร่วมกันได้ซึ่งจะทำให้หน่วยงานภาครัฐไม่ต้องปิดตัวลงในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งจะหนุนการกลับมาเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งหนึ่ง
ด้านปัจจัยในประเทศ ทิศทางกระแสเงิน ยังคงไหลออกต่อเนื่อง ในเช้านี้วันนี้บาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 31.42 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นในระยะสั้นจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากยิ่งขึ้น
สำหรับประเด็นที่น่าติดตามวันนี้ แนะจับตา ดัชนี HSBC PMI ภาคการผลิตของจีน และตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทย
บล.ทิสโก้ ระบุว่า หุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง หลังการเจรจางบประมาณสหรัฐอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชะงักงันของหน่วยงานรัฐยังไม่ได้ข้อสรุป ดังนั้นดัชนีหุ้นไทย ยังถูกกดดันหลักจากปัจจัยของต่างประเทศ ขณะที่เงินทุนนอกยังไหลออกต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยมองดัชนีหุ้นไทย เดือน ต.ค. มีแนวโน้มอ่อนลง จากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก เช่น โอกาสการชะลอมาตรการคิวอี การเจรจางบประมาณ และเพดานหนี้ของสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ ปัจจัยในประเทศเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.งบประมาณปี 57 พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่รอคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ หากดัชนีเพิ่มขึ้นให้หาจังหวะทยอยขายทำกำไร ลดพอร์ตถือเงินสดมากขึ้น
อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว น่าจะเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นเชิงรับพื้นฐานดีมีปันผลดีสม่ำเสมอ แนะนำ หุ้น AP BTS DCC EGCO INTUCH KKP MAJOR เป็นต้น







