posttoday
สภาเดือด

สภาเดือด

25 กันยายน 2556

โดยปกติแล้วการประชุมสภาจะมีระเบียบ กฎเกณฑ์ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบวินัย

โดยปกติแล้วการประชุมสภาจะมีระเบียบ กฎเกณฑ์ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบวินัย

การประชุมสภาไต้หวัน จะมีความวุ่นวาย มีการขว้างสิ่งของ มีชกต่อยกัน หลายประเทศมองว่าไม่เหมาะสมและไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในรัฐสภา

การปะทะกันแรงระหว่างสมาชิกสภานิติบัญญัติ เริ่มเห็นในหลายประเทศ ไม่เพียงแต่ไต้หวัน ยังมีในโบลิเวีย อินเดีย เม็กซิโก ไนจีเรีย เกาหลีใต้ เวเนซุเอลา หรือแม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกา

ในระยะหลังๆ การประชุมสภาของไทยมักจะมีความวุ่นวายมากขึ้น ยิ่งการประชุมสภาเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2556 ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 111 ถึง 120 ว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภา มีหลายฝ่ายนำไปเปรียบเทียบกับการประชุมของไต้หวัน ทำให้ต่างประเทศอาจมองว่าการเมืองของไทยมีความด้อยพัฒนา

เหตุชุลมุนในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เรื่องที่มา สว. ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาของ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ มีความเป็นกลางหรือไม่ ที่ไม่อนุญาตให้ สส. 57 คน และ สว. ได้เสนอคำแปรญัตติเพื่อแก้ไขถ้อยคำในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าการยื่นขอสงวนคำแปรญัตติขัดกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 96 วรรค 3 และยังรวบรัดขอมติไม่ให้ สส. 57 คน อภิปราย จนเกิดการประท้วง สมศักดิ์ จึงใช้วิธีสั่งให้ตำรวจรัฐสภาควบคุมผู้ประท้วงออกจากห้องประชุม

นอกจากนี้ นิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ก็ถูกมองว่าไม่มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพราะมีส่วนได้เสียโดยตรง เพราะเป็น สว.สายเลือกตั้ง

สาระเนื้อหาสำคัญเรื่องที่มาของ สว.ที่แก้ไขใหม่คือ ให้มี สว. 200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และยกเลิกการห้ามการเป็นบุพการีคู่สมรส หรือบุตรของ สส. หรือรัฐมนตรี สส.หรือรัฐมนตรีสามารถลงสมัคร สว.ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้พ้น 5 ปี ในช่วง 2 ปีหลังพ้นจากตำแหน่ง ห้ามไปเป็นรัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และมีวาระนาน 6 ปี

เหตุการณ์ปั่นป่วนในสภาที่มีการถ่ายทอดสด ทำให้ประชาชนส่วนมากรู้สึกหมดความเลื่อมใส เพราะบุคคลที่นั่งอยู่ในสภาล้วนแต่เป็นบุคคลที่ทรงเกียรติที่ประชาชนเลือกมา

ประธานรัฐสภาเอง เมื่อทราบว่าความรุนแรงเริ่มทวีคูณขึ้น กลับแก้ไขให้เหมือนกับเติมน้ำมันเข้าไปในกองเพลิง แทนที่จะใช้วิธีเอาน้ำเย็นเข้าช่วย อะลุ้มอล่วย ยอมรับฟังเหตุผลเสียแต่แรกความวุ่นวายคงไม่เกิดขึ้น การทำหน้าที่ประธานบางครั้งก็ไม่ควรรวบรัดตัดทอนจนเกินไป แต่วันประชุมรัฐสภาถัดมาประธานรัฐสภากลับยินยอมให้ สส.ที่ยื่นขอสงวนคำแปรญัตติไว้อภิปรายได้ หากยินยอมเสียตั้งแต่แรกปัญหาก็จะไม่เกิด

เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากในอดีต เพราะมีการใช้กำลังตำรวจในสภา และมีการขู่ว่าหากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าละเว้นต่อหน้าที่ ภาพที่ตำรวจยืนล้อมประธานในที่ประชุม ไม่เพียงแต่สร้างความเบื่อหน่ายให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ แต่เมื่อเผยแพร่ออกไปทั่วโลก เป็นการสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของการเมืองไทยเป็นอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน