
เปิดแผนพัฒนาจังหวัด 5 กลุ่ม ขยับเศรษฐกิจเชื่อมภูมิภาค
ภาพลักษณ์เศรษฐกิจไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือการพึ่งพาเศรษฐกิจในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่อีกไม่กี่จังหวัด
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ภาพลักษณ์เศรษฐกิจไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือการพึ่งพาเศรษฐกิจในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่อีกไม่กี่จังหวัด แต่อนาคตนับจากนี้ เมื่อเกิดการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จังหวัดต่างๆ จะต้องมีบทบาทมากขึ้น
สุมาลี เดชานุรักษ์นุกูล ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) วิเคราะห์ในงานสัมมนาหัวข้อ “การเตรียมพร้อมระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน” ว่า นับจากนี้ทุกจังหวัดต้องเปลี่ยนวิธี ให้เกิดการพัฒนาทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง สศช.ได้แบ่งบทบาทและแนวทางการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดออกเป็น 5 กลุ่ม ตามกรอบแนวคิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ 1.กลุ่มศูนย์กลางการบริการหลัก คือ เมืองศูนย์กลางความเจริญในแต่ละภาคและเป็นแกนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและบริการสังคมที่สำคัญของประเทศ เช่น เชียงใหม่ นครสวรรค์ ขอนแก่น นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สุราษฎร์ธานี
กลุ่มนี้จะต้องปรับปรุงเส้นทางคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ จัดการใช้ที่ดินให้เหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่สำหรับเศรษฐกิจและการลงทุนใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์และพื้นที่การเกษตรที่สำคัญ ตลอดจนพัฒนาคนในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านภาษา การสื่อสาร และการบริหารจัดการรองรับการขยายตัวด้านการค้าและการลงทุน
2.กลุ่มแนวระเบียงเศรษฐกิจ เป็นกลุ่มที่ต้องอำนวยความสะดวกในการลงทุน การเคลื่อนย้ายสินค้าและวัตถุดิบ จึงต้องเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศ พัฒนาระบบพิธีการทางศุลกากร กฎระเบียบการค้าให้ทันสมัย นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย และต้องพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า ตลอดจนส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในด้านการลงทุน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันตลอดห่วงโซ่อุปทาน
3.กลุ่มเมืองชายแดน เนื่องจากการค้าชายแดนมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เมืองชายแดนที่มีบทบาทเป็นประตูการค้า เช่น ตาก เชียงราย หนองคาย มุกดาหาร สระแก้ว จึงต้องเข้มแข็งทั้งเชิงกายภาพและชุมชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และความมั่นคง ต้องทำงานเต็มที่พร้อมรับทั้งโอกาสและปัญหาที่จะตามมา
สิ่งที่ต้องทำและแตกต่างจากกลุ่มแนวระเบียงเศรษฐกิจ เช่น เสริมสร้างโอกาสการพัฒนาเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามแนวชายแดน ขยายบริการต่างๆ อาทิ ด้านการเงิน การศึกษา และการสาธารณสุข วางผังเมืองรวมชุมชนชายแดน ตลอดจนเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ และแรงงานต่างด้าว ตลอดจนเร่งสร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้านในจุดผ่านแดนถาวร 12 แห่ง
4.กลุ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นกลุ่มที่รัฐบาลมีนโยบายจะจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน มีพื้นที่เป้าหมายระยะแรก 11 แห่ง เช่น แม่สาย เชียงแสน เชียงของ จ.เชียงราย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแผนยุทธศาสตร์และจัดทำเกณฑ์มาตรฐานสำหรับพื้นที่ที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
และ 5.กลุ่มเมืองเครือข่าย ได้แก่จังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ 4 กลุ่มแรก มีบทบาทหลักในการเชื่อมต่อและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อื่น โดยคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ตัวเอง แนวทางการพัฒนาจึงมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถ ทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ของพื้นที่ตามความเหมาะสม
ด้าน สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า รัฐต้องสร้างแรงจูงใจให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดในการพัฒนาด้วย โดยปัจจัยหลักคือการจัดสรรงบประมาณ อาจต้องยกเลิกเพดาน 1.8 หมื่นล้านบาท และพร้อมจัดสรรให้กับจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่มีโครงการที่ดี ประสบผลสำเร็จ
ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานต้องหยุดเข้าใจผิดว่าจังหวัดไม่มีงบประมาณ เพราะแท้จริงแล้วแต่ละจังหวัดมีงบประมาณมาก ปัญหาคือขาดการจัดการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในระดับท้องถิ่น จังหวัด และกลุ่มจังหวัด







