posttoday
มองคุณมอง “พม่า” ยังไง?

มองคุณมอง “พม่า” ยังไง?

23 กันยายน 2556

คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่มุมมองจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรหรือทำอะไรกับพม่า ซึ่งผู้เขียนได้รับฟังแนวคิดนี้มาจากท่านทูต พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ที่หลังจากบรรยายสรุปการเปลี่ยนแปลงของพม่าหลังเปิดประเทศให้บรรดานักธุรกิจได้ฟังแล้ว ท่านก็ทิ้งท้ายฝากคำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับคนที่คิดอยากจะติดต่อทำธุรกิจ ค้าขาย ลงทุน ในพม่าว่า จะต้องรู้จักมองพม่า

คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่มุมมองจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรหรือทำอะไรกับพม่า ซึ่งผู้เขียนได้รับฟังแนวคิดนี้มาจากท่านทูต พิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ที่หลังจากบรรยายสรุปการเปลี่ยนแปลงของพม่าหลังเปิดประเทศให้บรรดานักธุรกิจได้ฟังแล้ว ท่านก็ทิ้งท้ายฝากคำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับคนที่คิดอยากจะติดต่อทำธุรกิจ ค้าขาย ลงทุน ในพม่าว่า จะต้องรู้จักมองพม่า

อย่างแรกคือ ต้อง “มอง” พม่าแบบที่เขาเป็นจริงๆ

เพราะถ้ามองด้วยอคติเมื่อไหร่ โอกาสที่จะมองโอกาสและลู่ทางธุรกิจ โอกาสที่ร่วมมือกัน จะบิดเบือนไป

การมองแบบที่สองคือ ต้องมองพม่าแล้วเห็นทั้งประเทศ มองเห็นการเชื่อมโยง

โดยทั่วไป ท่านทูตบอกว่า คนไทยชอบมองพม่าเป็นส่วนๆ ไม่ได้มองในภาพกว้าง ทำให้เห็นโอกาสเฉพาะส่วนหรือพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับตัวเองเท่านั้น เช่น คนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ก็จะเห็นแค่เมียวดีหรือเมืองใกล้เคียง ขณะที่คน อ.แม่สาย จ.เชียงราย มองเห็นท่าขี้เหล็กเท่านั้น

ซึ่งตามความเป็นจริง หากอยากลงทุนให้ได้ผลดี ต้องมองเห็นภาพรวม มองเห็นโครงการทั้งหมดที่พม่ากำลังทำอยู่ เพราะทิศทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจของพม่าถูกออกแบบให้เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน นักธุรกิจก็ต้องมองให้เห็นความเชื่อมโยงเหล่านั้นด้วย ตอนนี้คนไทยอาจมองข้ามทวายมาถึงโครงการติละวา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งไม่เกิน 30 กิโลเมตร เป็นโครงการที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของพม่า และมีโอกาสธุรกิจอีกเยอะ เช่น ยานยนต์ คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากมองพม่าแล้ว จะต้องมองข้ามไปถึงจีนและอินเดีย เพราะพม่าถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อกับประเทศขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย คือ จีนและอินเดีย คนไทยต้องมองไปถึงโอกาสที่จะทำธุรกิจทางภาคใต้ของจีน ที่จะมีถนนเชื่อมโยงขึ้นไปได้ ขณะที่อีกไม่เกิน 10 ปี จะมีถนนเชื่อมโยง 3 ประเทศ คือ ไทย พม่า และอินเดีย ก็ต้องเห็นโอกาสทำธุรกิจกับอินเดียด้วย

ขณะเดียวกัน หากมองพม่า ต้องมองให้เห็นการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ธุรกิจจากตะวันตกเข้ามาพม่ามาก ทำให้พม่าเปลี่ยนจาก “ตัวเลือก” มาเป็น “คนเลือก” พม่าจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะร่วมทำธุรกิจด้วย ซึ่งไทยมีความได้เปรียบเพราะอยู่ใกล้ และความสัมพันธ์ระดับประชาชนก็ดีมากด้วย

สุดท้ายท่านทูตทิ้งท้ายว่า การมองพม่า ต้องมองแบบมีกรอบเวลา โดยช่วง 2 ปีนี้มีความสำคัญมาก เพราะพม่าจะเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในปลายปีนี้ ส่วนปีหน้าจะเป็นประธานอาเซียน และปีถัดไปจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งก็เชื่อว่าหากเป็นรัฐบาลเดิม ความสัมพันธ์ของไทยและพม่าจะดีขึ้นแน่นอน ท่านบอกว่าหากใครมองเห็นโอกาสธุรกิจตอนนี้ ก็ต้องหาที่ยืนให้ได้ภายใน 2 ปีนี้ เพราะพอพ้น 2 ปี คนอื่นก็จะเข้ามาหมดแล้ว

เป็นยังไงบ้างคะ กับคำแนะนำวิธีการมอง “พม่า” ของท่านทูตไทย เชื่อว่าต้องเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งนอกจากจะใช้มองพม่าแล้ว ก็ยังปรับเอาวิธี “มอง” ไปใช้กับสิ่งอื่นๆ ในชีวิตได้อีกด้วย

อย่าลืมนะคะว่า แค่เปลี่ยนมุมมอง ก็เปลี่ยนชีวิตได้แล้วค่ะ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน