
นักธุรกิจอัดภาครัฐ ตัวการถ่วงประเทศ
นักธุรกิจฟันธงภาครัฐตัวการทำลายเศรษฐกิจ ระบุการคอร์รัปชั่นยุคนี้สูงมากที่สุด
นักธุรกิจฟันธงภาครัฐตัวการทำลายเศรษฐกิจ ระบุการคอร์รัปชั่นยุคนี้สูงมากที่สุด
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล กล่าวบนเวทีสัมมนาวิชาการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประจำปี 2556 เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่า การคอร์รัปชั่นยุคนี้สูงมาก ไม่มียุคไหนเหมือนยุคนี้ ถือเป็นต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจไทยไม่เจริญและพัฒนายาก คอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ทำลายบ้านเมืองได้มากที่สุด
ปัจจุบัน การทำธุรกิจของภาคเอกชนแทบไม่ได้ยึดหลักหรือให้ความสำคัญกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของสภาพัฒน์ เพราะไม่ค่อยมีผลต่อธุรกิจ ภาคเอชนจึงเลือกพึ่งตัวเองเพื่อพัฒนาการแข่งขัน อย่างการออกไปลงทุนในต่างประเทศที่เอาข้าราชการที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์ทางการค้ามาแนะนำเอกชน ทั้งที่ตามจริงควรเอาเอกชนที่ออกไปลงทุนจริง เจอปัญหาที่แท้จริง มาคุยให้ราชการฟังมากกว่า
นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจากอดีตมาถึงปัจจุบันถือว่ามีการเติบโตในระดับที่ดีพอสมควร แม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัวในอัตราชะลอลง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือนโยบายและมาตรการของภาครัฐมักจะมีกฎกติกาหรือหลักเกณฑ์ที่เอื้อให้คนรวยที่สุดประมาณ 1% ของประชากรทั้งหมด ที่เดิมได้ประโยชน์มากอยู่แล้ว รวยยิ่งขึ้น
“ถ้าเปรียบธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นให้เป็นตัวแทนธุรกิจที่รวยสุด 1% จะพบว่าในครึ่งแรกของปีนี้บริษัทเหล่านี้ทำกำไรได้ถึง 17% และถ้าจีดีพีโต 6% บวกเงินเฟ้อเข้าไปอีก จะพบว่ากลุ่มคนที่รวยที่สุด 1% ได้ประโยชน์มากที่สุด แต่ของมูลค่าจีดีพีหรือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น แต่คนกลุ่มใหญ่แทบไม่ใหญ่เกือบ 99% ได้ประโยชน์” นายบรรยง กล่าว
นายบรรยง กล่าวว่า อุปสรรคของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของไทยขณะนี้มี 5 ด้าน คือ 1.ตลาดการเงินไม่พัฒนาและไม่ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ 2.รักชาติไม่ถ่องแท้ ทำให้เกิดการต่อต้านการพัฒนาเศรษฐกิจบางด้านที่เป็นประโยชน์ 3.กฎหมายการพัฒนาเศรษฐกิจไทยยังล้าหลัง 4.ขนาดและบทบาทหน่วยงานของรัฐมีมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นอุปสรรคในการพัฒนาของขีดความสามารถในการแข่งขัน และ 5.ปัญหาคอร์รัปชั่น
“ถ้าดูเฉพาะตลาดการเงิน ถ้าจะให้แข่งขันได้ต้องทรานฟอร์เมอร์และมีช่องทางกลไกที่ส่งเสริมให้ต้นทุนลดลง แต่ถ้าต้นทุนการเงินเรายังเป็นเหมือนปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีหรือเอ็มแอลอาร์เรายังสูบงที่สุดในภูมิภาค และตลาดหุ้นเรามีค่าพีอีหรือราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นต่ำสุด ซึ่งแปลว่ามีต้นสูงอยู่เศรษบกิจไทยคงพัฒนานำสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข็งขันยาก ดูอย่างดอกเบี้ยของธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อยหรือเอสเอ็มอีที่จะช่วยกระจายการเติบโตมีดอกเบี้ยที่สูงกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อการบริโภค แต่ดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์ถูกกว่าดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน คงทำให้การจัดสรรทรัพยากรการเงินทั่วถึงและสนับสนุนการพัฒนายาก” นายบรรยงกล่าว
นายบรรยง กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเศรษฐกิจไทยควรมีการเพิ่มเติมคือ 1.ภาครัฐควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 2.การองค์กรทีคอยตรวจสอบและวิเคราะห์การทำนโยบายของภาครัฐ(Policy Watch)ที่เข้มแข็ง มีกลไกการตรวจสอบให้รัฐและสังคมยอมรับ และ3.ควรมีสื่อที่มีคุณภาพเพื่อเสนอข่าวสารที่เป็นประโยชน์และควรรับรู้ถึงประชาชน
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เพื่อแก้ปัญหาการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ควรเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้เสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจ มาเป็นการดูการดำเนินนโยบายมหภาคของรัฐบาลที่มีความสำคัญ เพื่อไม่เกิดปัญหาการอนุมัติโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติเหมือนในอดีต นอกจากนี้ ต้องปฏิรูประบบการบริหารดำเนินงานทั้งระบบ เพื่อปิดช่องทางการทุจริตคอรัปชั่น เนื่องจากที่ผ่านมาภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้ยากลำบากเพราะระบบราชการไทยค่อนข้างล่าช้า มีช่องว่างให้เกิดการทุจริต
“หลายเรื่องของกฎ กติกา และหลักเกณฑ์ภาครัฐเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะหลายอย่างที่รัฐไม่เข้ามายุ่งกิจการพัฒนาที่ไปได้ดีมาก แต่ถ้ารัฐมายุ่งประสิทธิภาพลดลง มีการวิ่งเต้น เกิดการคอรัปชั่น เพราะแทนที่จะธุรกิจจะไปพัฒนาธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันแต่กลับวิ่งเข้าหารัฐ อย่างในอดีตที่เคยทำงานในการบินไทยเคยขออนุญาตยกเลิกสัญญาซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนหรือเฮด์จซึ่งต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เพื่อบริหารความเสี่ยงค่าเงิน แต่ธปท.ใช้เวลาพิจารณานานถึง 2 เดือน ทั้งที่เอกชนต้องรีบ แต่เพราะธปท.กลัวการเก็งกำไรค่าเงิน เป็นต้น” นายปิยสวัสดิ์กล่าว
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ความไม่วางใจกันของภาคประชาสังคมต่อรัฐ ซึ่งรัฐเองก็ทำตัวไม่น่าไว้ใจ เพราะหลายอย่างไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ซึ่งทำให้เกิดการประท้วงต่อต้านจากสังคมและทำให้ชาติเสียประโยชน์ เพราะการพัฒนาของรัฐไม่ได้มีการชี้แจงเปิดเผยตรงไปตรงมา อีกอย่างภาครัฐมองปัญหาเศรษฐกิจสั้นๆ อย่างในสภายังถกเถียงเศรษฐศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานที่จะเรียนในลำดับต้นๆอยู่เลย เช่น ควรลงทุนหรือไม่ ทั้งที่ตามหลักควรเถียงกันลงนารายละเอียดไปในระยะยาวว่าลงทุนอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจประเทศสูงสุดรองรับการแข่งขันระยะยาว
ด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัทสหพัฒนพิบูลย์ กล่าวว่า การคอรัปชั่นยุคนี้สูงมาก ถือเป็นต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจไทยไม่เจริญและพัฒนายาก คอรัปชั่นเป็นสิ่งที่ทำลายบ้านเมืองได้มากที่สุด ปัจจุบันการทำธุรกิจของภาคเอกชนแทบไม่ได้ยึดหลักหรือให้ความสำคัญกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของสภาพัฒน์ เพราะไม่ค่อยมีผลต่อธุรกิจ ภาคเอชนจึงเลือกพึ่งตัวเองเพื่อพัฒนาการแข่งขัน อย่างการออกไปลงทุนในต่างประเทศที่เอาข้าราชการที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์ทางการค้ามาแนะนำเอกชน ทั้งที่ตามจริงควรเอาเอกชนที่ออกไปลงทุนจริง เจอปัญหาจริง เจ้งจริง มาคุยให้ราชการฟังมากกว่า







