
เตือนธุรกิจไทยลงทุนไอทีต่ำตกกระแสโลก
เอสเอ็มอีไทยสนใจลงทุนไอที ซอฟต์แวร์เพียง 20% ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน
เอสเอ็มอีไทยสนใจลงทุนไอที ซอฟต์แวร์เพียง 20% ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน
นายสมพร มณีรัตนะกูล นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ เอทีเอสไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไทย ลงทุนพัฒนาธุรกิจด้วยไอทีและซอฟต์แวร์ไม่มากนัก คิดเป็นสัดส่วน 2030% เมื่อเทียบกับการลงทุนทั้งหมด เพราะไม่เห็นความสำคัญ และคิดว่ามีค่าใช้จ่ายสูง ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน เช่น มาเลเซีย ลงทุนไอทีถึง 80%
ทั้งนี้ การลงทุนด้านไอทีในระดับต่ำ จะส่งผลให้เอสเอ็มอีไทยมีความสามารถแข่งขันต่ำลง และระยะยาวจะไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ เพราะทั่วโลกเข้าสู่การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเอกชนไทยที่ผลิตซอฟต์แวร์และไอที ได้ปรับราคาและค่าบริการด้านซอฟต์แวร์และไอทีลง โดยมีราคาตั้งแต่ 1 หมื่นถึงสูงสุด 1 ล้านบาท พร้อมทั้งมีแคมเปญให้เช่าใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์และไอที และจัดโปรโมชันลดราคาลง 510% เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้านนี้มากขึ้น สำหรับราคาและค่าบริการของซอฟแวร์และไอที ก็ปรับตัวลดลง โดยมีราคาตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไปจนถึงระดับสูงสุด 1 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีแคมเปญให้เช่าใช้โปรแกรมซอฟแวร์และไอที ซึ่งหากเอสเอ็มอีสนใจพัฒนาธุรกิจด้วยไอทีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ 50% ขึ้นไป
นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กล่าวว่า ได้ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดประกาศผลการประกวด 10 สุดยอดซอฟต์แวร์ไทย ประจำปี 2556 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทย
สำหรับบริษัทที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในปีนี้ ได้แก่ Freehap ระบบสนับสนุนการช่วยเหลือสังคมผ่านออนไลน์ 2.ของบริษัท แฮปปิโก้ โดยเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถสำรวจดัชนีความสุขผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ และเปิดให้ดาวโหลดแอพพลิเคชั่น Freehap แล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ดาวน์โหลดมากกว่า 6 หมื่นครั้ง อันดับสองTouch@Clound อุปกรณ์จัดการโลเกชันเบสอินเทอร์เน็ตไร้สาย 3.iROOS ระบบสั่งอาหารผ่านอุปกรณ์พกพา 4.อัศวินไคเซ็น ระบบไคเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ 5.UBER MALL ห้างสรรพสินค้าเสมือนจริง 6.FBIS ระบบแผนที่วิเคราะห์ทุนประกันอัคคีภัย 7.ระบบชี้วัดประมาณผลผลิตพืชไร่ด้วยสารสนเทศภูมิศาสตร์ 8.LawMat ระบบจัดการองค์ความรู้ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ 9.สมาร์ทรูม ระบบควบคุมห้องพักอัจฉริยะ และ 10.เอฟซีเอ็น ซอฟต์แวร์สำหรับการบริหารจัดการคลินิกผู้มีบุตรยาก







