
แบงก์ช่วยเอสเอ็มอีส่งออก
ทหารไทยผนึกไอเอฟซีค้ำประกันเสี่ยงดูแลการค้ากับตลาดเกิดใหม่แล้วโดนชักดาบ
ทหารไทยผนึกไอเอฟซีค้ำประกันเสี่ยงดูแลการค้ากับตลาดเกิดใหม่แล้วโดนชักดาบ
ทหารไทยผนึกไอเอฟซีค้ำประกันการค้าในตลาดเกิดใหม่ ลดเสี่ยงลูกค้าโดนชักดาบ
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้เข้าร่วมโครงการ Global Trade Finance Program (GTFP) กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IFC)ค้ำประกันความเสี่ยงแก่ลูกค้าผู้ส่งออกและนำเข้าในกรณีคู่ค้าที่อยู่ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ผิดนัดชำระค่าสินค้า
ทั้งนี้ ประเทศที่อยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ได้แก่ กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ได้แก่ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม รวมทั้งประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้
นายบุญทักษ์ กล่าวว่า การส่งออกไทยในช่วงที่ผ่านมามีการชะลอตัวลงค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ส่งออกโดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอีต้องมองหาตลาดใหม่ แต่สิ่งที่ธุรกิจเหล่านี้กังวลคือการถูกผิดนัดชำระจากคู่ค้าที่ยังไม่รู้จักกันดีพอ แม้ทางคู่ค้าจะเปิดแอล/ซี มาให้แต่อาจจะมาจากธนาคารที่ไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นโปรแกรมของไอเอฟซีซึ่งเป็นสถาบันการเงินในเครือของธนาคารโลกและมีเครือข่ายพันธมิตรอยู่กว่า 500 แห่ง ใน 100 ประเทศ ตัวนี้จะเข้ามาตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้
“เราเป็นธนาคารไทยรายเดียวที่อยู่ในโครงการ GTFP เปรียบเสมือนแอดเฟซบุ๊กคนเดียวแล้วมีเพื่อนเพิ่มมาถึง 500 คน กรณีที่ลูกค้ามีออร์เดอร์จากคู่ค้าในแอฟริกาขึ้นมาแต่ไม่มั่นใจ ก็สามารถมาให้เราค้ำประกันได้แลกกับการค่าธรรมเนียมเล็กน้อย โดยไอเอฟซีจะติดต่อพันธมิตรในประเทศนั้นๆ ซึ่งเชื่อถือได้ให้เป็นผู้ออกแอล/ซีให้ พร้อมเป็นผู้รับความเสี่ยงในขั้นสุดท้าย” นายบุญทักษ์ กล่าว
นายบุญทักษ์ กล่าวว่า ตลาดที่มองว่าจะเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทยมากที่สุด คือ กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เห็นได้จากมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 9% ของยอดการส่งออกรวมภายใน 2 ปีถือเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าการส่งออกไปยังตลาดหลัก โดยคาดว่าการคิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันในประเทศกลุ่มนี้จะอยู่ที่ 0.5% ของมูลค่าการค้า
“ธุรกรรมเทรดไฟแนนซ์ของธนาคารในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตขึ้นถึง 10 เท่า คิดเป็นมูลค่าการค้าที่เพิ่มขึ้นจาก 1.4 แสนล้านบาท เป็น 1 ล้านล้านบาท และในปีนี้ก็คาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก 40% หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านล้านบาท โดยกลุ่มที่ขยายตัวมากคงเป็นกลุ่ม CLMV” นายบุญทักษ์ กล่าวด้านนายเซอร์จิโอ พิเมนต้า ผู้อำนวยการ ไอเอฟซี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2548 ไอเอฟซีได้ออกเอกสารค้ำประกันที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศในตลาดเกิดใหม่ให้กับผู้นำเข้าส่งออกไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นชุด คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนการเงินเพื่อการค้าในกลุ่มประเทศยากจนที่สุดในโลกเป็นเงิน 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการค้ำประกันให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี 80%







