
วัสดุแต่งบ้านแข่งเดือดงัดจุดขายเด่นชิงลูกค้าปลายปี
จากแนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการแยกครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจต่อเนื่องอย่างสินค้าตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย
จากแนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการแยกครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจต่อเนื่องอย่างสินค้าตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้การแข่งขันของธุรกิจสินค้าตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์นับวันจะมีความรุนแรง และจากการมีน้องใหม่รายใหญ่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีนี้ คงจะทำให้ภาพรวมตลาดมีการแข่งขันที่ดุเดือดยิ่งขึ้นอีก
สำหรับแบรนด์น้องใหม่ที่โดดเข้ามาทำตลาดสินค้าตกแต่งบ้านรายล่าสุดนั้นก็คือ บ้าน แอนด์ บียอนด์ ของกลุ่มบริษัท บ้าน แอนด์ บียอนด์ โฮมเวิร์ค ไทวัสดุ และพาวเวอร์บาย บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ในเครือบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซี
สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท บ้าน แอนด์ บียอนด์ โฮมเวิร์ค ไทวัสดุ และพาวเวอร์บาย บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ กล่าวว่า การเปิดตัวแบรนด์ บ้าน แอนด์ บียอนด์ หรือดีพาร์ตเมนต์สโตร์สำหรับบ้านเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้ถือเป็นการเติมเต็มให้กับธุรกิจ จากเดิมมีแบรนด์ไทวัสดุ เน้นจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง และแบรนด์โฮมเวิร์ค เน้นจำหน่ายอุปกรณ์ต่อเนื่องจากการสร้างบ้าน ขณะที่แบรนด์ บ้าน แอนด์ บียอนด์ จะเน้นจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้าน
ในด้านของจุดเด่นการทำตลาดของ บ้าน แอนด์ บียอนด์ คือจะเน้นไปที่การจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านที่ครบวงจร ด้วยการรวบรวมสินค้าแบรนด์ต่างๆ ประมาณ 50 ร้านค้ามาให้บริการ ซึ่งในส่วนของสินค้าที่นำมาจำหน่ายก็จะเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งาน มีดีไซน์ที่สวยงาม และราคาซื้อง่าย
เบื้องต้น ซีอาร์ซี ขอทดลองทำตลาดแบรนด์ บ้าน แอนด์ บียอนด์ จำนวน 2 สาขาในปลายปีนี้ ภายใต้งบลงทุน 1,500 ล้านบาท เริ่มด้วยสาขาเชียงใหม่ เปิดให้บริการประมาณเดือน พ.ย. และตามด้วยสาขาขอนแก่น เปิดให้บริการประมาณเดือน ธ.ค. หากภายใน 6 เดือนหลังจากเปิดให้บริการได้ผลการตอบรับที่ดีก็จะทำการเปิดสาขาต่อไปทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้สิ้นปี 2557 มีจำนวนสาขาครบ 56 สาขา
นอกจากนี้ ซีอาร์ซี ยังมีแผนที่จะนำแบรนด์ บ้าน แอนด์ บียอนด์ เข้ามาแทนที่แบรนด์โฮมเวิร์ค หากทดลองเปิดให้บริการในบริเวณใกล้เคียงกันแล้ว แบรนด์ บ้าน แอนด์ บียอนด์ ได้ผลการตอบรับที่ดีกว่า ซึ่งจากการออกมาเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ในครั้งนี้ ซีอาร์ซี มั่นใจว่าสิ้นปี 2557 จะมีรายได้จากแบรนด์ดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมรายได้ของทั้งสามแบรนด์ สิ้นปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท
ธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหารฝ่ายงานการตลาด กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ กล่าวว่า การที่กลุ่มเซ็นทรัลจะหันมารุกตลาดสินค้าของตกแต่งบ้าน ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ภาพรวมตลาดสินค้าตกแต่งบ้านคึกคักมากขึ้น ซึ่งในส่วนของกลยุทธ์การทำตลาดของบริษัทยังคงเน้นไปที่การจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์
ขณะที่ ณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ กล่าวว่า โฮมโปรเน้นจำหน่ายทั้งกลุ่มวัสดุก่อสร้างหนัก และสินค้าเกี่ยวกับบ้านที่ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ไม่เน้นสินค้าตกแต่งบ้านมากนัก ซึ่งการเข้ามาทำตลาดสินค้าตกแต่งบ้านของกลุ่มเซ็นทรัลจึงไม่น่าส่งผลกระทบกับยอดขายของโฮมโปร เพราะปัจจุบันมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการมากถึง 59 สาขาทั่วประเทศ
ลาเซีย เชอร์ล็อค ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย บางนา บริษัท อิคาโน่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การทำตลาดของอิเกียยังคงเน้นไปที่ 3 กลยุทธ์หลัก คือ คุณภาพสินค้า ดีไซน์ และราคาย่อมเยา ซึ่งในส่วนของราคาบริษัทยังคงยึดนโยบายการตั้งราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งภายในประเทศมากกว่า 10-20%
ด้าน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ปัจจุบันมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่ที่ประมาณ 19 สาขา ซึ่งกลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ ยังคงเน้นไปที่การนำเสนอสินค้าของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า พร้อมเสนอบริการต่างๆ
จากการแข่งขันที่เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์ในปี 2556 น่าจะมีอัตราเติบโตจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 15% ถือว่ามากที่สุดในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่เติบโตปีละประมาณ 10% ตราบใดที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เมื่อนั้นตลาดฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านยังคงเติบโตต่อเนื่องตามไปด้วย







