
รู้จักวิจัยตลาด
ไม่ว่าจะประกอบธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ในภาคส่วนใดๆ ก็ตาม เอมิลี ไวท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดของหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน กล่าวว่า การเข้าใจให้ถ่องแท้ถึงบริบทสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของพื้นที่ที่ตนเองค้าขายอยู่คือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
ไม่ว่าจะประกอบธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ในภาคส่วนใดๆ ก็ตาม เอมิลี ไวท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดของหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน กล่าวว่า การเข้าใจให้ถ่องแท้ถึงบริบทสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของพื้นที่ที่ตนเองค้าขายอยู่คือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด
เหตุผลเพราะความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าคู่แข่งคือใคร สภาพพื้นที่เป็นอย่างไร และคนที่จะมาเป็นลูกค้าของเราหรือมีโอกาสจะเป็นลูกค้าของเรามีพฤติกรรมและการตัดสินใจอย่างไร
ดังนั้น ในทัศนะผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดส่วนใหญ่การเริ่มต้นทำการวิจัยตลาดเสียแต่เนิ่นๆ ในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ แม้เป็นเรื่องที่เสียเวลา แต่ก็เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว
ยิ่งไปกว่านั้น การวิจัยตลาดเริ่มมีความจำเป็นสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่สูงมากขึ้นทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยมีตัวช่วยสำคัญอย่างเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ทำให้อีคอมเมิร์ซ หรือธุรกิจบนโลกออนไลน์ขยายตัวเติบโตอย่างรวดเร็ว
พอล มูนีย์ ผู้อำนวยการแห่ง บลู ออร์คิด บริษัทที่ปรึกษาและให้บริการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีในการเริ่มต้นกิจการ กล่าวว่า สิ่งที่ตนเองมักจะแนะนำลูกค้าให้ทำอยู่เสมอก่อนมาขอความช่วยเหลือจาก บลู ออร์คิด ก็คือทำวิจัยตลาด
ทั้งนี้ มูนีย์ได้แนะนำ 5 ขั้นตอนสำคัญในการดำเนินการวิจัยตลาดในครั้งนี้ คือ 1) เลือกตั้งคำถามที่ธุรกิจจำเป็นต้องตอบให้ได้ 2) ตัดสินใจให้ได้ว่าข้อมูลอะไรบ้างที่ธุรกิจจำเป็นต้องมีเพื่อให้สามารถตอบคำถามในขั้นตอนแรกได้ 3) เลือกวิธีการเก็บข้อมูลว่าจะทำด้วยวิธีไหน 4) เลือกวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลว่าจะทำอย่างไร และ 5) ตอบให้ได้ว่าจะนำผลลัพธ์ที่ได้ไปทำอะไร
ผู้อำนวยการ บลู ออร์คิด ย้ำว่า ขั้นตอนทั้งหมดข้างต้นสำคัญอย่างมาก เพราะหากตั้งคำถามที่ไม่ถูกต้อง ผู้ประกอบการก็จะได้คำตอบที่นำไปสู่การวางแผนกลยุทธ์ของธุรกิจที่ผิดพลาดได้ในที่สุด
ท้ายสุดแล้ว มูนีย์ย้ำว่าอาจเป็นเรื่องยาก แต่อยากให้เอสเอ็มอีได้ลงมือด้วยตนเองสักตั้งเบื้องต้นก่อนขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากอย่างน้อยที่สุดผู้ประกอบการจะสามารถตระหนักในความต้องการของตนเอง และรู้ได้ว่าจะต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหนและอย่างไร







