posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

16 กันยายน 2556

กลั่นกรองฯ ไฟเขียวตั้ง 4 โรงงาน

กลั่นกรองฯ ไฟเขียวตั้ง 4 โรงงาน

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการอนุญาตโรงงานบางประเภทที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ได้ได้พิจารณาเรื่องที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเสนอมา จำนวน 5 เรื่อง โดยคณะกรรมการกลั่นกรองฯ อนุญาตให้ใบประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) 4 ราย รวมมูลค่ารวม 12,215 ล้านบาท จ้างงานใหม่ 1,387 คน คืนเรื่องกลับให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ทบทวน จำนวน 1 ราย

สำหรับโรงงาน 4 แห่งที่ได้รับอนุญาต 3 แห่งผลิตไฟฟ้า กำลังการผลิตรวมมากกว่า 40 เมกะวัตต์ ได้แก่ บริษัท สงวนวงษ์สตาร์ช ประกอบกิจการผลิตแป้งมันสำปะหลังแปรรูป เงินทุน 334 ล้านบาท บริษัท ผลิตไฟฟ้าครบุรี ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานชีวมวล เงินทุน 1,545 ล้านบาท กำลังการผลิต 35 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน (เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) ประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำท้ายเขื่อน เงินทุน 425 ล้านบาท กำลังการผลิต 6.46 เมกะวัตต์ และบริษัท โตชิบา เซมิคอนดัคเตอร์ (ประเทศไทย) ประกอบกิจการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวกึ่งตัวนำชนิดต่างๆ เงินทุน 9,911 ล้านบาท สำหรับโรงงานที่ต้องทบทวน คือ บริษัท แอ๊ดวานซ์ คลีน เพาเวอร์

เล็งตั้งกองทุนพัฒนาปศุสัตว์

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เห็นด้วยกับแนวทาง ตั้งกองทุนพัฒนาปศุสัตว์ ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เพื่อใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนและแก้ไขปัญหาปศุสัตว์ของไทย ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า คชก.อาจจะช่วยเหลือเป็นทุนประเดิมประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อตั้งกองทุน ส่วนที่มาของกองทุนอีกส่วนจะมาจากการจัดเก็บจากการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่และสุกรยกเว้นโคนม ที่มีเงินจากโครงการนมโรงเรียนและกองทุนปรับโครงสร้างภาคเกษตร(เอฟทีเอ.) ช่วยเหลืออยู่


“หากที่ประชุมคชก.อนุมัติให้ตั้งกองทุนได้ ก็จะทำให้ต่อการไปช่วยปัญหาความเดือดร้อนหรือการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาปศุสัตว์จะใช้เงินก้อนนี้ จากเดิมที่จะขอจากคชก.ประมาณปีละเกือบ 500 ล้านบาท “นายยุคลกล่าว

ทั้งนี้ เคยมีการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) และคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (พิกบอร์ด) ให้มีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนจากการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่และจากการจำหน่ายลูกสุกร ซึ่งจะได้ซึ่งแต่ละปีจะมีการผลิต 14 ล้านตัว แต่จะเป็นอัตราเท่าไหร่ หารือกันต่อไป

ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมเอ้กบอร์ดในวันที่ 17 ก.ย. นี้นอกจากมีการหารือถึงสถานการณ์ราคาไข่แล้วจะมีการหารือในเรื่องนี้ด้วย

นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า คาดว่าในการประชุมเอ้กบอร์ด ที่ประชุมจะไม่มีมาตรการอะไรออกมาซ้ำเติมผู้เลี้ยงไก่ไข่อีก เพราะที่ผ่านมา เมื่อมีปัญหาทุกมาตรการจะมาลงที่ผู้เลี้ยงซึ่งทำให้ปัจจุบันผู้เลี้ยงหลายรายถอดใจและลดการเลี้ยง ในขณะที่ภาคผู้ประกอบการเดือดร้อนรัฐกลับช่วย เช่นกรณีสมาคมโรงแรมที่ระบุว่าไข่แพงได้รับผลกระทบ ซึ่งในส่วนตนเห็นว่า ไม่เคยเห็นโรงแรมขายไข่ในราคาขาดทุน และราคาที่แพงรัฐควรไปดูที่ปลายทางด้วยว่าราคาที่บวกขึ้นมายุติธรรมกับผู้บริโภคหรือไม่

ทั้งนี้ราคาไข่ตลาดหน้าฟาร์ม ปัจจุบันอยู่ที่ 3.20-3.50 บาทต่อฟอง ซึ่งราคานี้เป็นเพียงราคาที่เกษตรกรพออยู่ได้เท่านั้น เพราะปัจจุบันต้นทุนแฝง โดยเฉพาะค่าไฟ ค่าแก๊ส สูงขึ้น ดังนั้นราคาที่เกษตรกรจะสามารถอยู่ได้พอลืมตาอ้าปากคือ 3.80 บาท แต่รัฐบาลกลับไม่สนใจ และกลับมากดดันผู้เลี้ยงเพื่อกดราคาลงไปอีก ซึ่งในเรื่องนี้ต้องขอความเป็นธรรมเพราะการเลี้ยงไก่ไม่ใช่เครื่องจักร ซึ่งไก่แต่ละช่วงอายุไม่ได้ให้ไข่ทุกวันแต่ต้องกินอาหารทุกวัน นอกจากนั้นผลผลิตที่ออกมา ไม่ได้มีเฉพาะไข่ไซส์ใหญ่ ยังมีไข่ฟองเล็ก ไข่บุบ ไข่แตก ซึ่งราคาต่างกัน สิ่งเหล่านี้รัฐจะช่วยเหลืออย่างไร

ขสมก.เปิดเส้นทางใหม่เชื่อมต่อ

นายนเรศ บุญเปี่ยม รองผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ขสมก.ได้สรุปเส้นทางการเดินรถ ขสมก.และรถร่วม ขสมก. จำนวน 188 เส้นทาง ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พิจารณาแล้ว จากนั้นทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาความเหมาะสม ก่อนที่ ขบ.จะอนุญาตให้เดินรถตามเส้นทางต่างๆ

ทั้งนี้ เส้นทางใหม่ดังกล่าวจะเป็นเส้นทางที่ได้วางแผนอย่างเหมาะสมและเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งโครงการรถไฟฟ้าที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันและโครงการรถไฟฟ้าในอนาคตและท่าเรือ โดยเส้นทางใหม่ดังกล่าวจะครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คือ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม มากขึ้น เข้าถึงประชาชนได้มากกว่าเส้นทางที่ให้บริการเดินรถในปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 220 เส้นทาง อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนและรองรับการจัดทำระบบตั๋วร่วมตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยจะมีการเดินรถให้บริการในลักษณะเป็นวงกลมกลางและมีทางเชื่อมต่อระหว่างเส้นทางหลักและเส้นทางรองออกไปเชื่อมต่อชานเมือง เพื่อให้ประชาชนเข้าออกเมืองได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีเส้นทางที่ให้บริการบนทางด่วน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่จะต้องใช้ระบบตั๋วร่วมในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่