posttoday
บลจ.แนะรอช้อนทอง-น้ำมัน

บลจ.แนะรอช้อนทอง-น้ำมัน

12 กันยายน 2556

ราคาร่วงหลังสถานการณ์ซีเรียคลี่คลายเชียร์ทยอยเก็บหุ้นไทยขนาดกลาง

ราคาร่วงหลังสถานการณ์ซีเรียคลี่คลายเชียร์ทยอยเก็บหุ้นไทยขนาดกลาง

บลจ.วรรณ แนะรอช้อน ทองน้ำมัน หลังปัญหาซีเรียคลี่คลาย ยังเชียร์เก็บหุ้นไทย

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า หลังจากโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงระหว่างประเทศ สหรัฐซีเรียผ่อนคลายลง ทำให้ราคาทองคำและน้ำมันปรับลดลง จึงแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะช้อนซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง

“ราคาทองคำในรอบนี้มีโอกาสลดลงไปแตะที่ 1,300 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยเฉพาะหลังจากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในรอบนี้ราคาทองคำจะลดลงไปไม่ลึกนัก และแนะนำให้นักลงทุนซื้อเก็บเมื่อเฟดมีแนวทางที่ชัดเจน เนื่องจากในเวลานั้นราคาทองคำจะรับรู้ปัจจัยลบไปหมดแล้ว และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ราคาขึ้นไปถึง 1,400 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เราแนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไรไปแล้ว” นายวิน กล่าว

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ นายวินแนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไรแล้วเช่นกัน พร้อมกับแนะนำว่า หากจะเข้าซื้อรอบใหม่ให้รอจนราคากลับมาที่ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สำหรับ WTI และ 110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สำหรับ Brent

นอกจากนี้ นายวินยังแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะช้อนหุ้นไทยเมื่อดัชนีปรับลดลง โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางที่ราคายังปรับขึ้นไม่มากนัก เพราะเชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยจะกลับไปทดสอบที่ 1,450-1,500 จุด

นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า หลังจากปัญหาในซีเรียคลี่คลายทำให้นักลงทุนกลับมากังวลปัญหาเดิมๆ คือ การปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ซึ่งหากเฟดตัดสินใจลดปริมาณลงเพียง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตามที่ตลาดคาดก็จะเป็นบวกต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด

ขณะที่ราคาน้ำมันและทองคำกลับเข้ามาสู่ปัจจัยพื้นฐานเดิม หลังจากมีแรงเก็งกำไรในช่วงที่ผ่านมา

“ราคาทองคำปีนี้เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 1,2501,400 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และอาจจะขยับลงแรงอีกครั้งในกลางปีหน้า ถ้าคิวอีหยุดจริงๆ เพราะสภาพคล่องที่ล้นระบบอยู่จะหายไป ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI จะกลับมาเคลื่อนไหวระหว่าง 90100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และอยู่ใกล้ๆ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในสิ้นปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นการเติบโตอย่างช้าๆ ทำให้ความต้องการใช้พลังงานจะยังไม่กลับมามากนัก” นายนาวิน กล่าว

นอกจากนี้ ราคาทองคำ รวมทั้งสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณบวก

“นักลงทุนเทขาย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นเดียวกับทองออกมาไม่หยุดจนทำให้อัตราผลตอบแทนขึ้นไปแตะ 2.95% และพยายามทะลุ 3% ไปแล้ว” นายนาวิน กล่าว

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บลจ.ทิสโก้ บริหารกองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 12 ซึ่งเป็นกองทาร์เก็ตฟันด์ที่ลงทุนในหุ้นไทยได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย 8% ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ณ วันที่ 10 ก.ย. 2556 มูลค่าสินทรัพย์ต่อหน่วย (เอ็นเอวี) อยู่ที่ 10.8436 บาท เข้าเงื่อนไขเลิกโครงการก่อนกำหนด

“ช่วงที่เราออกกองทุนขายเมื่อวันที่ 2126 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่หุ้นไทยปรับฐานลงแรง จากความกังวลการปรับเปลี่ยนนโยบายคิวอีของสหรัฐ และผิดหวังตัวเลขจีดีพีไทย แต่เรามองว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายคิวอีจะชัดเจนมากขึ้นและมองว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วสำหรับปีนี้ โดยมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในช่วงที่เหลือ การปรับฐานจึงเป็นโอกาสเข้าลงทุน” นายสาห์รัช กล่าว

ทั้งนี้ บลจ.ทิสโก้ มองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานในประเทศโดยรวมขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเติบโตต่อเนื่อง โดยยังมองเป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ 1,550-1,580 จุด

นายสาห์รัช กล่าวอีกว่า กรณีสหรัฐกับซีเรียมองเป็นปัจจัยที่ให้น้ำหนักน้อยกว่าผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ หากมีความชัดเจนว่าจะลดวงเงินเมื่อไรและเป็นจำนวนเท่าใด จะทำให้ภาพชัดเจนขึ้น แต่ในช่วงที่ตลาดยังรอผลเฟด คาดว่าตลาดหุ้นจะผันผวนค่อนข้างมาก

“นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และหุ้นไทยไปมากแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จนตอนนี้แรงขายเริ่มนิ่งแล้ว ซึ่งหากคิวอีชัดเจน เชื่อว่านักลงทุนจะเริ่มจัดพอร์ตการลงทุนใหม่หลังจากขายหุ้นในตลาดที่ได้กำไรไปแล้ว จึงเชื่อว่าที่สุดแล้วเงินนอกจะไหลเข้ามาไม่ปลายปีนี้ก็ต้นปี” นายสาห์รัช กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน