posttoday
ตลาดหุ้นไทยในกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายหิ่งห้อยตัวน้อยฤๅจะสู้แสงตะวัน

ตลาดหุ้นไทยในกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายหิ่งห้อยตัวน้อยฤๅจะสู้แสงตะวัน

11 กันยายน 2556

เป็นเรื่องจริงไม่ใช่อิงนิยาย หากจะบอกว่านักลงทุนต่างชาติมองตลาดหุ้นไทยเปรียบเสมือนหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในตลาดหุ้นของเขาเท่านั้น เพราะเมื่อพิจารณามูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของตลาดหลักทรัพย์ไทย พบว่ายังต่ำกว่ามูลค่าหุ้น Apple ตัวเดียวในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก

เป็นเรื่องจริงไม่ใช่อิงนิยาย หากจะบอกว่านักลงทุนต่างชาติมองตลาดหุ้นไทยเปรียบเสมือนหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในตลาดหุ้นของเขาเท่านั้น เพราะเมื่อพิจารณามูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของตลาดหลักทรัพย์ไทย พบว่ายังต่ำกว่ามูลค่าหุ้น Apple ตัวเดียวในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก

ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรหากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากกระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากต่างประเทศ หากจะกล่าวว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลาจากพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ก็คงจะไม่ผิดอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลกช่วงปี 2550-2551 เป็นต้นมา

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตซับไพรม์ในปี 2550-2551 ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยเคยทำสถิติต่ำสุดที่ 384.15 จุดมาแล้ว ในวันที่ 29 ต.ค. 2551 ต่อมาเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ได้ดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing : QE) ด้วยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบผ่านการซื้อสินทรัพย์ทางการเงินต่างๆ จากภาคเอกชนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรอบแรก หรือ QE1 ช่วงเดือน พ.ค. 2552-มี.ค. 2554 โดยได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาในระบบราว 1.75 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 48 ล้านล้านบาท ทำให้ตลาดหุ้นไทยเริ่มผงกหัวทำสถิติสูงสุดที่ 788.8 จุด เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2554

ต่อมาเมื่อสหรัฐได้อัดฉีด QE2 ในช่วงเดือน พ.ย. 2554–มิ.ย. 2555 ทำให้มีปริมาณเงินเพิ่มเข้าสู่ระบบรวมทั้งสิ้นราว 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งตลาดหุ้นไทยก็ตอบสนองสถานการณ์ ทำสถิติสูงสุดรอบใหม่อีกครั้งที่ 1,109.92 จุด เมื่อ 21 เม.ย. 2555

ปัจจุบันเฟดอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการ QE รอบ 3 เมื่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน เฟดจึงเริ่มปรับลดมาตรการ QE ลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 และจะยุติในช่วงกลางของปี 2557 สำหรับ QE3 ยังส่งผลให้มีปริมาณเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (30 ล้านล้านบาท) หรือราวเกือบ 2 เท่าของ QE2 ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยทำสถิติสูงสุดรอบใหม่ที่ 1,643.43 จุด เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2556 ที่ผ่านมา

จากนั้นเดือน พ.ค. 2556 เป็นต้นมา ภายหลังเฟดประกาศปรับลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงินลง ส่งผลให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดหลักทรัพย์ไทยราว 4.4 หมื่นล้านบาท ในขณะที่เดือน มิ.ย. การไหลออกของนักลงทุนต่างชาติสูงถึง 118,160 ล้านบาท และแม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิ 603 ล้านบาท ในเดือน ก.ค. แต่ในเดือน ส.ค. นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิอีกราว 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งตลาดหุ้นไทยตกลงไปทำสถิติต่ำสุดในรอบปีที่ 1,275.56 จุด เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2556

สถานการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นในอุ้งมือนักลงทุนต่างชาติ หรือผลกระทบจากเงินทุนเคลื่อนย้าย ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทย เพราะจากการศึกษางานวิจัยต่างๆ พบว่าเกิดขึ้นทั่วโลก

ในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย พบว่ากระแสเงินลงทุนกับผลตอบแทนในตลาดมีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน โดยผลตอบแทนในตลาดมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับกระแสเงินลงทุนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น โดยพบว่ากระแสเงินจากต่างประเทศ สามารถใช้ในการพยากรณ์ผลตอบแทนของตลาดได้ เป็นเครื่องมือให้นักลงทุนใช้ผลตอบแทนในช่วงก่อนหน้าในการปรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงถัดไป

นอกจากนี้ ความคาดหวังต่อกระแสเงินลงทุนยังกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนได้อีกด้วย ในขณะที่อีกด้านหนึ่งกระแสเงินทุนไหลเข้าจะทำให้ตลาดมีค่าความผันผวนที่ลดต่ำลง และเมื่อกระแสเงินทุนมีการไหลออก ความผันผวนของตลาดจะมีค่าเพิ่มขึ้น

แม้ว่าจะมีผลการศึกษาที่ยืนยันว่ากระแสเงินลงทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้นใดตลาดหุ้นหนึ่งนั้น มาจากหลายปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเอง ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของจีดีพี การขยายตัวของภาคการค้า หนี้สินสาธารณะที่อยู่ในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อต่ำ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น รวมไปถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่ำ แต่ทว่าในทางกลับกัน เมื่อกระแสเงินลงทุนหยุดชะงักลง สิ่งที่เกิดตามมาคือผลตอบแทนในตลาดจะมีค่าลดต่ำลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของตลาดโลกมีค่าเพิ่มสูงขึ้นทันทีเช่นกัน

ดังนั้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยในกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในขณะนี้ จึงเปรียบเหมือนหิ่งห้อยตัวน้อยในท่ามกลางแสงตะวัน ที่คงมิอาจจะต้านทานกันได้เลย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน