posttoday
บีโอไอส่งเสริมดาต้าเซ็นเตอร์

บีโอไอส่งเสริมดาต้าเซ็นเตอร์

10 กันยายน 2556

ปัจจุบันองค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานต่างๆ นิยมจัดเก็บข้อมูลส่วนกลางลงในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง ต้องการให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเผชิญกับเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ เนื่องจากหากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศล่มแล้ว ธุรกิจจะหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง ทำให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจจำนวนมาก

ปัจจุบันองค์กรธุรกิจหรือหน่วยงานต่างๆ นิยมจัดเก็บข้อมูลส่วนกลางลงในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง ต้องการให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเผชิญกับเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ เนื่องจากหากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศล่มแล้ว ธุรกิจจะหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง ทำให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจจำนวนมาก

เพื่อรองรับความต้องการข้างต้น จึงเกิดธุรกิจเขตดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้น เป็นการพัฒนาพื้นที่สำหรับรองรับคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของบริษัทต่างๆ รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์สำรองเพื่อใช้กรณีระบบคอมพิวเตอร์หลักมีปัญหา มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีระบบ UPS ขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถใช้งานได้ทันทีกรณีกระแสไฟฟ้าดับหรือขัดข้อง รวมถึงติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เพื่อรองรับกรณีไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน ระบบปรับอากาศที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างแม่นยำ เช่น อุณหภูมิที่ระดับ 21 องศาเซลเซียส และความชื้นระดับ 50% เพื่อรักษาความเย็นให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไม่ให้ชำรุดเสียหาย ระบบโทรคมนาคมความเร็วสูง ระบบรักษาความปลอดภัย ฯลฯ

การเติบโตของธุรกิจเขตดาต้าเซ็นเตอร์เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันในเชิงธุรกิจ ส่งผลทำให้ต้องการใช้พื้นที่เขตดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันธุรกิจประเภทนี้ในอาเซียนได้กระจุกตัวอยู่ในสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากรัฐบาลทั้งสองประเทศสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งการให้สิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากร อัตราค่าบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศราคาถูก ฯลฯ ทำให้เอกชนสนใจลงทุนจัดตั้งเขตดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมาก ทั้งเพื่อให้บริการแก่บริษัทอื่นและให้บริการแก่ตนเอง เช่น กูเกิลลงทุน 5,000 ล้านบาท ก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกในอาเซียนที่สิงคโปร์ บนพื้นที่ 75 ไร่ พื้นที่ใช้สอยภายในอาคารมากถึง 1.3 แสน ตร.ม. กำหนดเสร็จปลายปี 2556

ขณะเดียวกันเวียดนามก็กำลังมาแรง มีโครงการขนาดใหญ่ เป็นต้นว่า บริษัท Viettel รัฐวิสาหกิจของเวียดนาม ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท Chunghwa Telecom ของไต้หวัน เดิมได้ก่อตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก 4 แห่ง ล่าสุดได้ลงทุน 540 ล้านบาท ก่อสร้างเขตดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งที่ 5 และเปิดดำเนินการเมื่อเดือน พ.ค. 2554 ที่จังหวัดบิ่นห์เยือง ห่างจากนครโฮจิมินห์ 25 กม. เป็นอาคาร 5 ชั้น พื้นที่ใช้สอยถึงหมื่น ตร.ม.

กรณีของไทย เดิมภาคธุรกิจนิยมก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นเอง แต่ในระยะหลังเริ่มสนใจไปใช้บริการเขตดาต้าเซ็นเตอร์ของภายนอกมากขึ้น เพื่อลดเงินลงทุนก่อสร้างและดูแลรักษา และคุณภาพบริการสูงขึ้น ทำให้มีผู้ให้บริการเขตดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยหลายราย จะเป็นการดัดแปลงบางชั้นของอาคารที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้ก่อสร้างอาคารที่ออกแบบเป็นเขตดาต้าเซ็นเตอร์เป็นการเฉพาะ แต่ละโครงการยังมีขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับในต่างประเทศ โดยเคยมีการศึกษาพบว่าผู้ให้บริการเขตดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยไม่รวมที่ก่อสร้างเพื่อให้บริการตนเอง มีพื้นที่รวมกันเพียง 1.4 หมื่น ตร.ม. โดยเขตดาต้าเซ็นเตอร์ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ไม่ถึง 4,000 ตร.ม.

เพื่อส่งเสริมธุรกิจเขตดาต้าเซ็นเตอร์ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2553 เปิดให้การส่งเสริมแก่ประเภท 7.8.13 “กิจการเขตดาต้าเซ็นเตอร์” กำหนดได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรทุกเขตไม่ว่าจะตั้งอยู่ในเขตใด มีเงื่อนไข อาทิ พื้นที่สำหรับเขตดาต้าเซ็นเตอร์ไม่น้อยกว่า 5,000 ตร.ม. ต้องวางเครือข่ายสื่อสารแบบความเร็วสูงไปยังศูนย์กลางสื่อสารโทรคมนาคมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ มีระบบไฟฟ้าสำรองจ่ายแบบต่อเนื่องและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง มีระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงและระบบกรองฝุ่นละออง เพื่อให้อุปกรณ์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากนโยบายข้างต้น เริ่มมีความสนใจก่อตั้งเขตดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นในประเทศไทย โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือน ก.ย. 2556 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติให้การส่งเสริมแก่บริษัท ดิจิทอล พอร์ท เอเชีย ให้กิจการเขตดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมีพื้นที่ใช้สอยขนาด 6,000 ตร.ม. กำหนดตั้งกิจการที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ลงทุนรวม 1,150 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นเครือเอ็นทีที ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของญี่ปุ่น

สุดท้ายนี้ แนวโน้มสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ผู้ประกอบการไทยเริ่มสนใจไปลงทุนก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นในต่างประเทศ โดยบริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี เป็นกิจการร่วมทุนระหว่างบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และบริษัท ทีซีซี แลนด์ ปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการเขตดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ของไทย ได้ลงทุนจัดตั้งธุรกิจเขตดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา นอกจากนี้มีแผนจะลงทุนก่อสร้างเพิ่มเติมในประเทศกลุ่ม CLMV อื่นๆ ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี