
ซีพีมองเศรษฐกิจไทยส่อแววฟื้นตัว
ซีพี เริ่มเห็นแววเศรษฐกิจไทยฟื้นหลังสหรัฐ-จีนส่งสัญญาณบวก แต่ระวังวิกฤตซีเรียป่วนโลก
ซีพี เริ่มเห็นแววเศรษฐกิจไทยฟื้นหลังสหรัฐ-จีนส่งสัญญาณบวก แต่ระวังวิกฤตซีเรียป่วนโลก
นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี เปิดเผยว่า จากการประเมินเศรษฐกิจโลกถือว่าส่งสัญญาณที่เป็นบวก โดยเริ่มเห็นการฟื้นตัวของประเทศยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ที่อัตราการว่างงานลดลง หรือการที่เฟดส่งสัญญาณลดมาตรการคิวอีก็สะท้อนได้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น
ขณะที่ฝั่งจีน ที่หลายคนกังวลว่าอาจเกิดฟองสบู่ แต่หากวิเคราะห์ให้ดีแล้วจะเห็นว่าเศรษฐกิจจีนยังเติบโตได้อีก โดยผู้บริหารยุคใหม่มีแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจแบบยั่งยืน และแม้ว่าจีดีพีของจีนจะเติบโตลดลงเหลือตัวเลขหลักเดียวจากเดิมที่เคยเติบโตแบบสองหลัก แต่ก็เป็นหลักเดียวแบบปลายๆ และยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าไทยถึง 2 เท่า ดังนั้นจีนจะยังคงเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ส่วนญี่ปุ่น ที่ใช้มาตรการพิมพ์เงินกระตุ้นใช้จ่ายในประเทศคล้ายสหรัฐ ก็ไม่น่ากังวล เพราะคนญี่ปุ่นมีระเบียบวินัยในการใช้จ่ายอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจของไทยจะได้รับอานิสงส์ที่ดี มีแนวโน้มฟื้นตัวและเติบโตติดต่อกันได้ในอีก 3 ไตรมาสต่อจากนี้ หากไม่มีเหตุผลจากปัจจัยภายนอกมากระทบ เช่น สงครามในซีเรียที่จะมีผลต่อราคาน้ำมัน อาจทะลุ 140-150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และมีผลต่อต้นทุนการผลิตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนจึงอยากให้รัฐมีความระมัดระวังในการลงทุนอย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีความน่ากังวล เพราะสินค้าที่ออกสู่ตลาด ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มคนอยู่จริง (เรียลดีมานด์) และสถานการณ์การซื้อขายก็ยังดีอยู่ โดยเฉพาะต่างจังหวัดมีการขยายตัวที่ดีมาก โดยปัจจุบันภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยมีสัดส่วนสูงถึง 7% ของจีดีพี ส่วนวัสดุก่อสร้างและรับเหมาอยู่ที่ 5% ของจีดีพี รวมแล้วมีมูลค่าสูงถึง 12% ของจีดีพี
ขณะที่นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า การใช้นโยบายประชานิยมของรัฐไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนนโยบายประชานิยมหลายประการที่อาจมีผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ และหันมาพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลาง 3 ภาคธุรกิจหลัก คือ ภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว อยู่ที่การสนับสนุนจากภาครัฐ
ด้านนายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สัญญาณเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกมียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด 30-50% เพราะกำลังซื้อของประชาชนลดลง
จากนโยบายรถคันแรกทำให้มีภาระค่าผ่อนส่ง ส่วนใหญ่เป็นพนักงานเงินเดือน 1-2 หมื่นบาท ขณะเดียวกันนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ก็ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำลังซื้อ







