
ประกันขนส่งสินค้าข้ามแดนรับมือเปิดตลาดAEC
การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่มีผืนดินติดกัน กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อการเปิดประชาชนอาเซียน(AEC) ในปี 2558 จะโตทวีคูณ
โดย....วารุณี อินวันนา
การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่มีผืนดินติดกัน กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อการเปิดประชาคมอาเซียน(AEC) ในปี 2558 จะโตทวีคูณ
ในงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ 2556 หรือ งาน TILOG 2013 สมาคมประกันวินาศภัย ได้จัดการเสวนาเรื่อง "ครบเรื่องเรื่องประกันภัย" หัวข้อ "การประกันภัยทางทะเลและโลจิสติกส์" แก่ผู้ประกอบการเพื่อรองรับการเปิด AEC
ทั้งนี้ วิทยากรเห็นตรงกันว่า การขนส่งสินค้า และ การท่องเที่ยว มีมากขึ้นแน่นอนหลังจากที่มีการเปิด AEC เพราะตลาดจะเชื่อมเป็นหนึ่งเดียว จำนวนผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นจาก 60 ล้านคน เป็น 600 ล้านคน
กี่เดช อนันต์ศิริประภา ที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันภัยทางทะเล สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า เพราะมีพื้นที่ชายฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันรวมเป็นระยะทาง 2,614 กิโลเมตร ด้านอ่าวไทย 1,660 กิโลเมตร ด้านอันดามัน 954 กิโลเมตร โดยมี ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือคลองเตย ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือสงขลา ท่าเรือตรัง ท่าเรือปากบารา
นอกจากนี้ ไทยเป็นศูนย์กลางของการขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางบกไปยัง 4 ประเทศ คือ ลาว ซึ่งมีชายแดนเชื่อมกันถึง 4 แห่ง และเชื่อมไปถึงเวียดนาม กัมพูชา 2 แห่ง และมาเลเซีย 3 แห่ง จะทำให้การประกันภัยขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อคุ้มครองตัวรถ และ สินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่ง เพราะต้นทุนในการขนส่งสินค้าทางบกต่ำกว่าทางเครื่องบิน
ประสิทธิ์ คำเกิด รองประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ปัจจุบันสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ได้ลงนามความร่วมมือประกันภัยพ.ร.บ.รถข้ามแดนให้กับรถที่จะเข้าไปในแต่ละประเทศ โดยมีหน่วยงานกลางในการดูแลรถที่เข้าไปในแต่ละประเทศด้วยการออกการ์ดสีน้ำเงิน หรือ บลูการ์ด โดยบริษัทประกันภัยไทยได้เข้าร่วมขายประกันพ.ร.บ.รถข้ามแดนแล้ว 19 บริษัท
อย่างไรก็ตาม ที่สามารถปฏิบัติได้จริงมี 3 ประเทศ คือ ลาว กัมพูชา และ เวียดนาม โดยซื้อบลูการ์ดที่ไทยครั้งเดียว จะสามารถผ่านได้ทั้ง 3 ประเทศ เพียงให้แต่ละประเทศประทับตรา และจะได้รับความคุ้มครองตลอดการเดินทาง ซึ่งปี 2552 ที่ขอบลูการ์ดจากไทยเข้าไปลาว 18 เบี้ย 3,722 บาท ปี 2554 รถจากไทยไปลาวเพิ่มขึ้นเป็น 544 คัน เบี้ย 1.8 แสนบาท
ขณะที่ ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่ามีรถจากไทยข้ามไปลาวกว่า 1 หมื่นคันในปี 2554 ซึ่งรถเหล่านี้จะทำการซื้อประกันขยายความคุ้มครองเพิ่มเป็นครั้งๆ
วิเทพ จิระจงเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันภัยทางทะเล สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า การขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างสมาชิกประเทศอาเซียนจะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพราะไทยมีท่าเรือสำคัญๆ หลายแห่ง และสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ไม่สามารถไปทางรถ และทางเครื่องบิน จะใช้การขนส่งทางเรือ หลังเปิด AEC จะมีผู้ประกอบการสนใจค้าขายระหว่างประเทศกันมากขึ้น เพราะกฎระเบียบต่างๆ น่าจูงใจ แต่ก่อนซื้อจะต้องทำความเข้าใจว่าเงื่อนไขความคุ้มครองเป็นอย่างไร
เนื่องจาก มีความคุ้มครองหลายแบบ เช่น คุ้มครองสินค้าออกจากโรงงานถึงเรือ หรือ คุ้มครองสินค้าขณะมีการขนส่ง ถ้ารถจอดแล้วสินค้าได้รับความเสียหายจะไม่คุ้มครอง
ทั้งนี้ ปี 2546 มีการทำประกันภัยสินค้า และตัวเรือ รวม 3,126 ล้านบาท ปี 2555 เบี้ยเพิ่มเป็น 5,189 ล้านบาท ส่วน 6 เดือนแรกของปี 2556 มีจำนวน 2,276 ล้านบาท
การทำประกันขนส่งสินค้าทางบก และ ทางทะเล จะช่วยลดความเสี่ยงของผู้ขนส่งและเจ้าของสินค้า หากได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ และเหตุสุดวิสัย
ยกตัวอย่าง การปิดถนนของชาวสวนยางในขณะนี้ ทำให้รถขนส่งสินค้าไปส่งสินค้าไม่ทัน เพราะไม่สามารถฝ่าม็อบไปได้ แล้วทำให้สินค้าเน่าเสีย ก็จะได้รับความคุ้มครอง เพราะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
การประกันภัยขนส่งและสินค้า จะสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจ หากสินค้าได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ เจ้าของรถ และ เจ้าของสินค้าจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย สร้างความมั่นใจในการทำการค้าระหว่างประเทศ







