posttoday
'เศรษฐกิจ-ส่งออก' ฟุบ ทอยปรับลดจีดีพี

'เศรษฐกิจ-ส่งออก' ฟุบ ทอยปรับลดจีดีพี

08 กันยายน 2556

จากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำบวกกับแนวโน้มการส่งออกที่ลดลง ทำให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือน ต.ค.นี้

จากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำบวกกับแนวโน้มการส่งออกที่ลดลง ทำให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือน ต.ค.นี้ จะมีการทบทวนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) กันใหม่ ทั้งของปีนี้ที่เดิมคาดว่าจะเติบโต 4.2% และเดิมคาดว่าปีหน้าจะเติบโต 5% โดยเฉพาะการพิจารณาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกว่าจะทำให้การส่งออกในครึ่งปีหลังขยายตัวได้ดีขึ้นหรือไม่

ทั้งนี้ ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็เตรียมปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจใหม่เช่นกัน จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ 4.5% โดยมีทิศทางเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 4%

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยอมรับว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจขณะนี้เอื้อต่อการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังให้ดีขึ้น เศรษฐกิจปีนี้โตได้ 4% ก็พอใจแล้ว คาดว่าเดือน ก.ย.ต.ค.นี้ จะมีหน่วยงานมาปรับลดตัวเลขทางเศรษฐกิจลงอีกแน่นอน


เงินบาทอ่อนสุดในรอบ 3 ปี

ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 6 ก.ย.นี้ ได้ปิดตลาดที่ระดับ 32.3932.41 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นการอ่อนค่าในรอบเกือบ 3 ปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการกลับมากังวลประเด็นที่ว่าสหรัฐอาจจะปรับลดวงเงินอัดฉีดสภาพคล่องเชิงปริมาณ (คิวอี) เห็นได้จากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐที่ปรับสูงขึ้น โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้า ค่าเงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 32.3032.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังได้รายงานฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 30 ส.ค.ว่าอยู่ที่ระดับ 1.688 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.416 ล้านล้านบาท ลดลง 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 1.705 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.450 ล้านล้านบาท

ขณะที่ฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ (Forward) อยู่ที่ระดับ 2.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิ ซึ่งรวมทุนสำรองในปัจจุบันและการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าอยู่ที่ระดับ 1.915 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าทุนสำรองที่ลดลงเป็นเพราะ ธปท.ทยอยปล่อยสภาพคล่องเงินเหรียญสหรัฐเพื่อแทรกแซงตลาด ดูแลไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าเร็วเกินไปจนกระทบภาคธุรกิจ รวมถึงทยอยปล่อยเงินเหรียญสหรัฐในทุนสำรองออกมาเพื่อลดภาระการถือครองเงินตราต่างประเทศที่เคยถือไว้ในช่วงเงินบาทแข็งออกมา ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นการทยอยปรับฐานะทางบัญชีและลดภาระขาดทุนไปในตัวด้วย

มูดี้ส์หั่นเรตติ้ง 3 แบงก์

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิธนาคารพาณิชย์ไทย 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ โดยปรับลดอันดับเครดิตจาก Baa1 มาที่ระดับ Baa3 ซึ่งเป็นผลมาจากที่มูดี้ส์ได้เปลี่ยนวิธีประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ด้อยสิทธิ (Subordinated Debt) สกุลเงินต่างประเทศของสถาบันการเงินทั่วโลก เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ของระบบธนาคารทั่วโลก สถาบันการเงินมักจะไม่ได้การสนับสนุนช่วยเหลือจากรัฐบาล ทำให้ความเสี่ยงหรือต้นทุนของตราสารเพิ่มขึ้น จึงต้องปรับเปลี่ยนการคำนวณเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งการเปลี่ยนวิธีการคำนวณครั้งนี้ ได้มีผลต่ออันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งในโลกและประเทศไทยนายวรพล วิรุฬห์ศรี ผู้ช่วยผู้อำนวย

การฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท

หลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

กล่าวว่า การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ

หุ้นกู้ด้อยสิทธิ 3 ธนาคารขนาดใหญ่ของ

ไทย ของมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส เป็น

ผลมาจากการปรับเกณฑ์การคำนวณ

ภายในของมูดี้ส์เอง ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นฐาน

ด้านความสามารถในการชำระหนี้ของ

ธนาคารหรือสภาพเศรษฐกิจไทย

“การลดเครดิตครั้งนี้ธนาคารใน

ออสเตรเลียและฮ่องกงก็ถูกปรับลดลงเช่น

เดียวกัน ส่วนที่แบงก์ไทยโดนเพียง 3 แห่ง

เพราะมูดี้ส์ให้เกรดกับแบงก์ไทยเพียงแค่

3 แห่งนี้เท่านั้น” นายวรพล กล่าว

ทั้งนี้ มองว่าการลดเครดิตของมูดี้ส์

ครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อทั้ง 3 ธนาคารไม่

มาก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไทยออกหุ้น

กู้ด้อยสิทธิลดลงตั้งแต่เกณฑ์บาเซิล 3 มี

ผลบังคับใช้ ทำให้ธนาคารได้รับประโยชน์

เชิงเงินกองทุนที่ลดลง

นายอดิศวร์ หลายชูไทย ผู้ช่วย

กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

กล่าวว่า ธนาคารจะยังไม่ได้รับผลกระทบ

จากการปรับลดเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิของ

ธนาคาร เนื่องจากไม่มีแผนจะออกหุ้นกู้

ด้อยสิทธิเพิ่มเติมในเวลานี้ ขณะที่หุ้นกู้

ด้อยสิทธิที่จะใกล้จะครบกำหนดเร็วที่สุด

ของธนาคาร คือ หุ้นกู้ด้อยสิทธิไม่มีหลัก

ประกันวงเงิน 183 ล้านเหรียญสหรัฐ

ซึ่งจะครบกำหนดในปี 2559

อย่างไรก็ดี มูดี้ส์ยังคงอันดับความน่า

เชื่อถือของธนาคารในตราสารประเภทอื่น

ไว้เช่นเดิม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่มีผล

ต่อความสามารถในการทำกำไรของ

ธนาคารแต่อย่างใด

ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยยังคงมี

ตราสารหนี้ด้อยสิทธิสกุลเงินต่างประเทศ

ที่ออกตั้งแต่ปี 2539 ที่มีอายุ 20 ปี และ

จะครบกำหนดในปี 2559 จำนวน 183.31

ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจ่ายอัตราดอกเบี้ย

ที่ 8.25% และเมื่อตราสารนี้หมดอายุลง

แล้ว ธนาคารจะพิจารณาตามความ

เหมาะสมของภาวะตลาด และความต้อง

การทางการเงินของธนาคารว่าสมควรจะ

มีการออกตราสารอื่นใดหรือไม่

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน