
คลังเป๋าตุงหมื่นล.
รับเงินปันผลปตท.ทั้งถือหุ้นตรงและอ้อม ผู้ถือหุ้นแบงก์ใหญ่เฮได้กำไรสองเด้ง
รับเงินปันผลปตท.ทั้งถือหุ้นตรงและอ้อม ผู้ถือหุ้นแบงก์ใหญ่เฮได้กำไรสองเด้ง
ปตท.แจกปันผล 5 บาท คลังรับทางตรงอ้อมเฉียดหมื่นล้าน บริษัทขายหุ้นบีกริมฯฟันกำไร 114 ล้าน
คณะกรรมการบริษัท ปตท. (PTT) มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 5 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในสมุดทะเบียนวันที่ 23 ก.ย.นี้ กำหนดจ่ายเงินในวันที่ 4 ต.ค. 2556
ทั้งนี้ บริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2556 เท่ากับปีก่อน หุ้นละ 5 บาท แม้ว่าจะมีกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนปีนี้ จำนวน 48,383 ล้านบาท หรือ 16.94 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 4.94% จากงวดครึ่งแรกปี 2555 ที่มีกำไรสุทธิ 46,102 ล้านบาท คิดเป็น 16.14 บาทต่อหุ้นก็ตาม
การจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 5 บาท ส่งผลให้กระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด สัดส่วน 51.11% หรือ 1,459.88 ล้านหุ้น จะได้รับเงินปันผล 7,299 ล้านบาท และยังถือทางอ้อมโดยกองทุนวายุภักษ์ผ่าน บลจ.เอ็มเอฟซี และ บลจ .กรุงไทย รวมอีก 434 ล้านหุ้น ก็จะได้รับเงินปันผลอีก 2,170 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้รับเงินปันผลทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งสิ้น 9,469 ล้านบาท
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติให้ดำเนินการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ ที่ ปตท.ถือหุ้นอยู่ทั้งหมดจำนวน 656,650 หุ้น ในสัดส่วน 23% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดให้แก่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ ในสัดส่วน 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยมีมูลค่าการจำหน่ายประมาณ 180 ล้านบาท
ทั้งนี้ มูลค่าการจำหน่ายดังกล่าวเป็นราคาที่ต่อรองกันอย่างเป็นอิสระระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งทำให้ ปตท.ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่เหมาะสม
ตามงบการเงิน ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2556 บริษัท ปตท. ลงบัญชีหุ้นบริษัท บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ ตามวิธีราคาทุน 65.67 ล้านบาท และวิธีส่วนได้เสีย มูลค่า 63.17 ล้านบาท ดังนั้น การขายหุ้นได้ในราคาประมาณ 180 ล้านบาท ทำให้บริษัท ปตท. ได้กำไรครั้งนี้ประมาณ 114.33 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น PTT ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยวันที่ 6 ก.ย. ปิดที่ 334 บาท บวก 3 บาท หรือ 0.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,544 ล้านบาท รวมถึงมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ส่งผลให้ดัชนีหุ้นโดยรวมดีดขึ้นแรง 22.76 จุด คิดเป็น 1.735 ปิดที่ระดับ 1,336.25 จุด แต่มูลค่าการซื้อขายยังคงเบาบาง 31,665 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 985 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อ 1,761 ล้านบาท แต่นักลงทุนรายย่อยขายทำกำไรถึง 2,754 ล้านบาท
หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวขึ้นแรงไม่หยุด แม้ว่าสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลก มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) Baa1 มาที่ระดับ Baa3 ก็ตาม
“ราคาหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลฟรี โดยเริ่มตั้งแต่ BBL แจกเงินปันผลหุ้นละ 2 บาท และวันที่ 6 ก.ย. SCB ขึ้นป้าย XD ปันผลหุ้นละ 1.50 บาท แต่ราคากลับปรับตัวขึ้น 3 บาท ปิดที่ 141 บาท และในสัปดาห์หน้า KBANK แจกหุ้นละ 0.50 บาท ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) จ่าย 1 บาท และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ให้ 0.40 บาท”







