
เตือนริงกิต-รูปีปลอมป่วนใต้
สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เตือนระวังเงินริงกิต-รูปี ปลอมทะลักภาคใต้
สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เตือนระวังเงินริงกิต-รูปี ปลอมทะลักภาคใต้
น.ส.ชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ นายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเงินปลอมระบาดอย่างหนักในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ เงินสกุลริงกิตของมาเลเซีย เงินสกุลรูปีของอินเดีย และเงินสกุลเดอร์แฮม (AED) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะเงินสุกลริงกิตมีการปลอมมากและมีการปลอมแปลงทำได้เหมือนจริงมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียมาเที่ยวภาคใต้ของไทยเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ จ.ชุมพร ถึงชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้
อย่างไรก็ตาม สมาคมหารือผู้ประกอบการให้มีความระมัดระวังเงินปลอม พร้อมทั้งจัดอบรมถ่ายทอดประสบการณ์ในการดูเงินตราต่างประเทศให้ร้านแลกเงินในพื้นที่ภาคใต้
น.ส.ชนาพร กล่าวว่า สมาคมยังได้ให้ความรู้กับพนักงานในร้านค้าแลกเงินต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากช่วงปลายปีนี้จะมีเงินสกุลเหรียญสหรัฐและเงินยูโรรุ่นใหม่ออกมา พร้อมทั้งจะมีการแจ้งข้อมูลว่าประเทศใดจะมีการยกเลิกธนบัตรแบบเก่า เพราะหากเจ้าหน้าที่ไม่มีความรู้และรับแลกเงินจะทำให้ร้านค้าที่รับแลกไว้ขาดทุนทันที
น.ส.ชนาพร กล่าวอีกว่า ในช่วงภาวะที่ตลาดหุ้นและทองคำมีราคาลดลง มีกลุ่มผู้เกษียณอายุหรือผู้มีเงินเก็บหันมาซื้อธนบัตรต่างประเทศเพื่อการลงทุนบ้าง เพื่อกระจายความเสี่ยง แต่สมาคมไม่แนะนำให้ลงทุน เพราะการเก็งกำไร เงินตราต่างประเทศมีความเสี่ยงสูง และหากจะแลกเงินผ่านร้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ร้านค้าเหล่านี้ไม่มีเงินพอที่จะให้ซื้อเงินไปเก็งกำไรค่าเงิน แต่ละ ร้านมีเงินเพียง 10-20 ล้านบาทเท่านั้น และต้องเตรียมเพื่อซื้อธนบัตรต่างชาติ ไว้ขายให้กับลูกค้า ไม่เหมือนกองทุน ขนาดใหญ่
น.ส.ชนาพร กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตรามีปัญหาการขาดแคลนบุคลากรอย่างมาก และทำให้เกิดสถานการณ์ช่วงชิงบุคลากรในต่างจังหวัด เพราะบุคลากรในธุรกิจนี้จะต้องมีประสบการณ์และความชำนาญในการแลกเเงินและมีความรู้ในการตรวจสอบธนบัตรปลอมของต่างประเทศ และโดยเฉลี่ยแล้วคนที่เข้าสู่สาขานี้จะต้องฝึกงานนานกว่า 2-3 ปี และหากมีความชำนาญอัตราเงินเดือนอย่างต่ำจะอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาทต่อเดือน
“ตอนนี้มีการแย่งตัวพนักงานในร้านแลกเปลี่ยนเงินสูงมาก เพราะคนที่มีความชำนาญไม่มาก บางแห่งมีการให้เงินพิเศษนอกเหนือจากเงินเดือน โดยจะแบ่งกำไรให้พนักงานสูงถึง 30% เลยทีเดียว และขณะนี้มีพนักงานธนาคารหันมาเป็นพนักงานในร้านแลกเงินจำนวนพอสมควร”น.ส.ชนาพร กล่าว
ปัจจุบันมีร้านแลกเปลี่ยนเงินตรา ต่างประเทศได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 1,300 แห่ง และมีร้านค้าที่ไม่มีใบอนุญาตอีกกว่า 1,000 ราย ซึ่งสมาคม จะร่วมกับ ธปท.ดึงร้านค้าเงินเหล่านี้เข้าสู่ระบบ







