
งานเข้า
มีงานเข้า มีงานเข้า มีงานเข้า~!!!
มีงานเข้า มีงานเข้า มีงานเข้า~!!!
ท่อนแรกของเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งลอยเข้าหูผมเป็นระยะๆ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะเนื้อหาสอดคล้องกับข่าวที่ไปทำ
เช่น งานของสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวที่พยายามตั้งธง เรื่อง “Work Life Balance” และงานแถลงข่าว เรื่อง แรงงานประมงขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ทั้งสองงานพยายามชี้แจงให้เห็นถึง “ชั่วโมงการทำงาน” ของภาคแรงงานในประเทศไทย
สิ่งที่น่าสนใจ คือ แรงงานไทยทำงานแบบ “ได้ตังค์” เฉลี่ยประมาณ 8.8 ชั่วโมงต่อวัน บางภาคทำงานหนักถึง 9.9 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่แรงงานภาคประมง (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว) กลุ่มตัวอย่าง 25.8% ทำงานเฉลี่ย 1724 ชั่วโมงต่อวัน
ทุกคนดูมีงานเข้าตลอดเวลา
ในอาเซียนยังไม่เคยมีหน่วยงานใดรวบรวมข้อมูลชั่วโมงการทำงานของแรงงานเปรียบเทียบ 10 ประเทศให้เห็นชัดๆ มีเพียงข้อมูลจาก ILOSTAT ที่รวบรวมข้อมูลได้จากบางประเทศระหว่างช่วงปี 25512553 ได้แก่ มาเลเซีย ทำงาน 48.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สิงคโปร์ 46.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่อินโดนีเซีย 45.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
หากเทียบจากความต้องการของทั่วโลก ส่วนใหญ่พยายามควบคุมไม่ให้แรงงานต้องทำงานเกิน 4044 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ต่างจากฝั่งเอเชียที่ปล่อยเกณฑ์หรือกฎหมายสูงขึ้นมาเป็นไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
กลับมาดูที่ประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุข้อมูล ณ เดือน มิ.ย.ปีนี้ว่า ไทยมีแรงงานที่มีงานทำอยู่ 39.895 ล้านคน คนทำงานอยู่ในช่วงเฉลี่ย 4049 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มากที่สุด ประมาณ 17.181 ล้านคน รองลงมา คือ 5059 ชั่วโมง ประมาณ 7.172 ล้านคน ที่น่าตกใจคือ มีผู้ทำงานมากกว่า 90 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถึง 1.655 แสนคน
ไม่แน่ใจว่าเขานอนต่อกันในฝันแบบหนัง Inception หรืออย่างไร
หากท่านมองเรื่องนี้ในฐานะผู้ประกอบการในอาเซียน ท่านอาจยิ้มร่าอ้าไม่หุบ เพราะนั่นหมายถึงว่าแรงงานของเราทำงานหนักคุ้มค่าเหลือเกิน
แต่หากท่านมองสถานการณ์นี้ในฐานะคนคนหนึ่ง หรือมองสถานการณ์นี้โดยสมมติว่านี่คือตัวท่านเอง ผมเชื่อว่าหลายท่านน่าจะยิ้มไม่ออก
เพราะชั่วโมงการทำงานที่มากเกินพอดี สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายเวลา พักผ่อน เวลาครอบครัว และเวลาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งท้ายที่สุดก็จะ นำพาปัญหาสุขภาพ ปัญหาสังคม เช่น ปัญหาเด็กและครอบครัวตามมา
ที่สำคัญเวลาทำงานที่มากเกินพอดี ทำได้เพียงชี้วัด “ปริมาณชั่วโมงทำงาน” แต่ไม่ได้ชี้วัด “ปริมาณผลผลิต” และ “คุณภาพผลผลิต” ที่ตามมาเลย ตรงกันข้ามเวลาทำงานที่พอดีอาจทำให้ได้ผลิตผลที่ดีกว่า
ในยุคที่เรากำลังจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน คงไม่ได้มีแต่เพียงนายจ้างที่มีตัวเลือกมากขึ้น ลูกจ้างเองก็มีตัวเลือกมากขึ้นเช่นกัน จนอาจทำให้นายจ้างต้องเข้าสู่ “Talent War” ชิงตัวแรงงาน หากยังมุ่งนับจำนวนชั่วโมงโหมใช้แรงงาน ดูสุ่มเสี่ยงเหลือเกินที่องค์กรจะเข้าสู่ยุคแรงงานขาดแคลน
วิชาชีพพยาบาล ซึ่งต้องทำงานหนักหลายชั่วโมง ก็เป็นวิชาชีพหนึ่งที่ประสบปัญหานี้ จนคนเรียนจบพยาบาลหนีไปทำอาชีพอื่นมานักต่อนัก
ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมของอาเซียนควรช่วยกันสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ทั้งแรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างด้าวและเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพให้แก่ภูมิภาค
ช่วยกันเขียนป้าย Exit ให้งานที่เข้ามาได้ออกไปโดยสวัสดิภาพ







