
ปิ๊งแผนทำงานที่บ้าน
หวังนำร่องข้าราชการบางตำแหน่งเชื่อช่วยสร้างสมดุลชีวิตยุคอาเซียน
หวังนำร่องข้าราชการบางตำแหน่งเชื่อช่วยสร้างสมดุลชีวิตยุคอาเซียน
เสนอไอเดียข้าราชการทำงานที่บ้านบางตำแหน่ง นำร่องสร้างสมดุลชีวิตยุคประชาคมอาเซียน
นายจิระพันธ์ กัลลประวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาทางสังคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยใช้เวลาอยู่กับการทำงานมากเกินไป และทิ้งบุตรอยู่กับโทรทัศน์หรือคนรับใช้ ส่งผลให้เกิดปัญหาเด็กและครอบครัวตามมา จนรัฐต้องใช้งบประมาณแก้ปัญหาหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ยิ่งก้าวสู่ประชาคมอาเซียน พ่อแม่อาจต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก จึงควรมีนโยบายช่วยสร้างสมดุลชีวิตและครอบครัว
“ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2552 ระบุว่า คนไทยทำงานเฉลี่ยมากถึง 8.8 ชั่วโมงต่อวัน ภาคกลางและภาคใต้คือภาคที่ทำงานมากที่สุดถึง 9.9 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเวลาให้ครอบครัวมีเพียง 2 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น” นายจิระพันธ์ กล่าว
แนวทางเบื้องต้น อาจพิจารณาให้ข้าราชการบางตำแหน่งทำงานที่บ้านได้ เนื่องจากปัจจุบันไทยมีเทคโนโลยีค่อนข้างทันสมัย งานบางอย่างจึงสามารถทำที่บ้านแล้วค่อยส่งเข้ามาได้ เพื่อให้ข้าราชการเป็นตัวอย่างนำร่องในการสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวยังไม่สามารถออกเป็นกฎระเบียบหรือกฎหมายชัดเจนได้ เนื่องจากคนไทยบางส่วนยังขาดระเบียบวินัย จึงอาจใช้ช่องทางดังกล่าวหลบเลี่ยงการทำงานได้ หัวหน้าของแต่ละหน่วยงานจึงควรพิจารณาการนำไปปฏิบัติเองตามความเหมาะสม
ขณะเดียวกัน ต้องมีการส่งเสริมให้สถานประกอบการมีพื้นที่เลี้ยงดูบุตรหลานในที่ทำงานด้วย โดยหากสถานประกอบการใดนำไปปฏิบัติก็อาจมีส่วนลดหย่อนภาษี ที่สำคัญควรมีสวัสดิการที่พักใกล้ที่ทำงานให้พนักงานด้วย
ทั้งนี้ ในภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวสู่อาเซียน ภาคเอกชนยังต้องปรับโครงสร้างการผลิต นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อให้คนทำงานน้อยลงแต่ให้เทคโนโลยีทำงานแทนมากขึ้นเพื่อให้ใช้ชีวิตด้านอื่นได้เต็มที่
ด้านนายสมชาย เจริญอำนวยสุขผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กล่าวว่า ปัจจุบัน สค.มีนโยบายยืดหยุ่นเวลาเข้าออกในการทำงาน 3 ช่วงเวลา ได้แก่ 08.00-16.00 น. 08.30-16.30 น. 09.00-17.00 น. ข้าราชการในสังกัดสามารถเลือกเวลาเข้าออกงานในแต่ละช่วงได้ตามความสะดวก
ขณะเดียวกัน ได้พยายามจัดสวัสดิการสถานที่พักผ่อนและมุมต่างๆ ให้มีบรรยากาศผ่อนคลายเหมือนบ้าน และสร้างความเป็นกันเองระหว่างข้าราชการในสังกัด เพื่อให้รู้สึกเหมือนทำงานร่วมกับคนในครอบครัวด้วย
“อาเซียนอาจทำให้คนทำงานหนักมากขึ้น แต่ถ้าเราสามารถดูแลสมดุลให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น ตลอดจนสร้างความสุขในสถานที่ทำงานด้วย งานหนักขึ้นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ที่สำคัญถ้าบุคลากรมีความสุข ผลผลิตก็น่าจะมากขึ้นด้วย” นายสมชาย กล่าว







