posttoday
แนะตั้งกองทุนบุกอาเซียิ

แนะตั้งกองทุนบุกอาเซียิ

02 กันยายน 2556

เอสเอ็มอีไทยลังเลขาดความรู้เงินหอการค้าแนะเร่งลงทุนชิงตลาดใหม่

เอสเอ็มอีไทยลังเลขาดความรู้เงินหอการค้าแนะเร่งลงทุนชิงตลาดใหม่

หอการค้าไทย หนุนรัฐจัดตั้งกองทุน ช่วยเอสเอ็มอีบุกลงทุนอาเซียน

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาครัฐควรหาแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ด้วยการจัดตั้งกองทุนสำหรับเอสเอ็มอีไปลงทุนในอาเซียน (เอสเอ็มอี ฟันด์ ฟอร์ อาเซียน) เพื่อให้มีกองทุนสำหรับการเข้าไปลงทุนและทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจเข้าไปขยายธุรกิจมากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องเงินทุนเป็นปัญหาที่สำคัญของเอสเอ็มอีไทย

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีบางส่วนยังไม่รู้ว่าควรเข้าไปขยายธุรกิจในอาเซียนอย่างไร ทำให้เอสเอ็มอีไทยเข้าไปลงทุนและค้าขายในอาเซียนในระดับที่น้อยอยู่ เพราะส่วนใหญ่ไม่เห็นโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มากนัก ทั้งที่ตลาดอาเซียนมีขนาดใหญ่ และมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการที่จะได้ขยายตลาดใหม่และได้ลูกค้ามากกว่า 600 ล้านคนดังนั้นภาครัฐควรหาแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการ ด้วยการจัดตั้งกองทุนสำหรับเอสเอ็มอีไปลงทุนในอาเซียน (เอสเอ็มอี ฟันด์ ฟอร์ อาเซียน) เพื่อให้มีกองทุนสำหรับการเข้าไปลงทุนและทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจเข้าไปขยายธุรกิจมากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องเงินทุนเป็นปัญหาที่สำคัญของเอสเอ็มอีไทย

สำหรับอุตสาหกรรมที่ควรเร่งลงทุนในตลาดอาเซียน จะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ได้แก่ สิ่งทอ รองเท้า เพราะค่าแรงในอาเซียนต่ำกว่าประเทศไทย แต่การลงทุนในอาเซียนต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน ซึ่งแต่ละประเทศในอาเซียนมีศักยภาพของแรงงานไม่เท่ากัน และบางประเทศก็มีค่าแรงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในเมืองหลวง เช่น ย่างกุ้ง ประเทศพม่า และจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จึงควรขยายการลงทุนไปในเมืองรองแทน เพราะมีต้นทุนค่าแรงงานในระดับต่ำ

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพขยายการลงทุนไปในอาเซียน ได้แก่ สปา และนวดไทย เพราะไทยได้รับการยอมรับจากต่างชาติว่ามีศักยภาพการให้บริการที่ดีเยี่ยม และลูกค้าต่างให้การยอมรับที่ดีมาก

นางอัมพวัน พิชาลัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า โครงการเอสเอ็มอี โปรแอคทีฟ เพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีไปร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ภายใต้วงเงิน 300 ล้านบาท ระยะเวลาปี 2556-2558 มีผู้ประกอบการสนใจเข้ามาร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง และในขณะนี้มีผู้ประกอบการเข้ามาร่วมขอสนับสนุนแล้วมากกว่า 40 ราย วงเงินต่อรายประมาณ 12 แสนบาท

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสมัครได้ที่กรม เพื่อเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าไปเปิดตลาดในต่างประเทศมากขึ้น

“อุปสรรคของผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนในต่างประเทศ มีทั้งการเป็นผู้รับผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) เมื่อจะปรับมาผลิตสินค้าเองและส่งออกจะมีปัญหาคู่แข่งปิดกั้นการทำตลาด ปัญหาขาดเงินทุน รวมถึงข้อมูลการลงทุนที่จำกัด” นางอัมพวัน กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน