
รางวัลจากสื่อนอกของ 'ไทยคม'
บริษัท ไทยคม (THCOM) เพิ่งได้รับการจัดอันดับสื่อ 2 ฉบับชั้นนำของโลก คือ SpaceNews สื่อธุรกิจโทรคมนาคมชั้นนำให้ไทยคมเป็นผู้ให้บริการดาวเทียม
บริษัท ไทยคม (THCOM) เพิ่งได้รับการจัดอันดับสื่อ 2 ฉบับชั้นนำของโลก คือ SpaceNews สื่อธุรกิจโทรคมนาคมชั้นนำให้ไทยคมเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยมแห่งปี (A Breakout Year : Top Fixed Satellite Service Operators) เพราะสามารถสร้างผลกำไรโตต่อเนื่องหลายไตรมาสติดต่อกัน และจากนิตยสารการเงิน FinanceAsia จัดอันดับให้เป็นบริษัทไทยที่มีความยอดเยี่ยมถึง 3 ด้าน คือ อันดับ 1 ทั้งเรื่องธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ยอดเยี่ยมที่สุด (Best MidCap) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารยอดเยี่ยมที่สุด (Best CEO) และอันดับ 6 ในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ยอดเยี่ยมที่สุด(Best CSR)
“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THCOM เปิดเผยว่า การที่ไทยคมได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยม เพราะบริษัทสามารถกลับมามีผลประกอบการที่เติบโตระดับสูง (เทิร์นโอเวอร์) จนสามารถกลับมาจ่ายปันผลได้ในรอบ 9 ปี ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ลงทุน
บริษัทกลับมามีกำไรครั้งแรกในไตรมาส 3 ปี 2554 และหากรวมผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผ่านมาทำให้บริษัทมีกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง 8 ไตรมาสติดต่อกัน หลังจากที่ขาดทุนมานานกว่า 56 ปี ส่งผลทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นและก็ยังสะท้อนมาที่ราคาหุ้นเป็นอย่างมาก จากราคาหุ้นช่วงปลายปี 2554 อยู่ที่หุ้นละ 7 บาท แต่ปี 2556 ราคาได้ขึ้นไปจุดสูงสุดที่ 41 บาท แม้ปัจจุบันราคาจะถูกปรับลงมาพร้อมตลาดเหลือระดับ 35 บาทก็ตาม
เบื้องหลังของความสำเร็จดังกล่าว ประกอบด้วยการปรับปรุงในองค์กรหลายประการ เริ่มตั้งแต่การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดให้เป็นองค์กรที่เปิดมากขึ้น จากที่เป็นองค์กรปิด เช่น เปิดกว้างที่จะให้มีพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้น หรือการให้คนอื่นสามารถใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ด้วยได้ซึ่งสุดท้ายก็จะชนะทั้งคู่ หรือแม้กระทั่งการที่มีบริการที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีไว้บริการทั้งหมด หรือส่วนแบ่งส่วนการตลาด (Market Segment) เรื่องโทรคมนาคมให้มีความชัดเจนระหว่างลูกค้าองค์กรเอกชนหรือภาครัฐทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนั้น ต้องมีการปรับเปลี่ยนองค์กรใหม่ จากเดิมมีการแยกส่วนในการทำงานระหว่างหน่วยงาน แต่จากนี้ไป ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด และวิศวกร สามารถช่วยกันขายในสินค้าที่มีอยู่ได้ เพราะทั้งหมดจะเกิดการส่งเสริมให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การจะทำให้ถึงเป้าหมายได้ต้องควรทำให้ครบทั้ง 4 มิติ คือ
มิติแรก ส่งเสริมทักษะด้านต่างๆ ให้พนักงาน
มิติที่สอง ให้โอกาสพนักงานการเติบโตในองค์กร
มิติที่สาม ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นดีเอ็นเอ หรือมีวัฒนธรรมเป็นหนึ่งเดียวกัน
มิติที่สี่ ให้พนักงานทุกคนมีความสุขกับการทำงาน แข็งแรงทั้งสุขภาพและจิตใจ เช่น ร่วมทำโปรแกรมการให้พนักงานทุกคนร่วมกันวิ่งเพื่อให้ถึง 3.6 หมื่นกิโลเมตรก่อน ที่จะมีการยิงดาวเทียมไทยคม 6 และเธอก็ได้เข้าร่วมโครงการด้วยการวิ่งวันละ 5 กิโลเมตรด้วย
“ศุภจี” กล่าวว่า มีการปรับปรุงการบริการจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยให้ครอบคลุมกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีทั้งหมด 13 ประเทศ โดยพิจารณาว่าสาขาในประเทศไหนที่มีศักยภาพก็จะยกให้เป็นสาขาหลักและส่งเสริมศักยภาพที่จะทำให้ช่วยสร้างอัตราการทำกำไรได้เพิ่มขึ้น อย่างออสเตรเลียหรือที่ญี่ปุ่นที่มีการใช้ดาวเทียมไทยคมมาก เช่น ตอนที่ญี่ปุ่นเกิดสึนามิ ไทยคมเป็นเพียงแห่งเดียวที่ยังมีการเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมได้ หรือการพัฒนาที่ลาวจนสามารถสร้างส่วนแบ่งการตลาดเป็นที่ 1 ในอุตสาหกรรมได้ แต่ขณะเดียวกันก็พยายามลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทไป เช่น ปิดบริษัทที่ไม่สามารถสร้างกำไรได้ อย่างในประเทศกัมพูชาที่พยายามแก้ไขแล้ว แต่ด้วยปัญหาโครงสร้างและจำนวนผู้เล่นมากราย จึงตัดสินใจปิดเพื่อให้บริษัทแม่ไม่ต้องรับการขาดทุนอีกตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2555 ที่ผ่านมา
นอกจากนั้น ยังหมายถึงการนำเอาระบบเทคโนโลยีมาปรับปรุงในการใช้งานมากขึ้น ทั้งภายในบริษัทเองหรือบริษัทต่างๆ ที่ไทยคมได้เข้าไปร่วมลงทุน เช่น บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) ก็ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์มากขึ้นจากเดิมที่ทำสมุดหน้าเหลืองเป็นเล่ม
สำหรับ BEST CEO “ศุภจี” บอกว่า การที่จะทำให้องค์กรหนึ่งสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์หลายๆ อย่างได้ ต้องเกิดจากความร่วมมือของพนักงานเป็นสำคัญ หากเธอทำอยู่คนเดียวก็คงไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน ที่ THCOM ก้าวมาสู่จุดการเติบโตได้อย่างปัจจุบันนี้ เพราะพนักงานทุกคนต่างช่วยกันและมองไปข้างหน้าเช่นกัน เธอถือว่าเธอโชคดีมากกว่าที่พนักงานทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
เธอบอกว่า เรื่องกำลังคนเป็นสิ่งสำคัญในองค์กร ศุภจีแค่เพียงปลุกใจและกระตุ้นให้ทุกคนมองไปในในทิศทางเดียวกัน เมื่อเข้าใจกันจากนั้นพนักงานจะยอมปรับและช่วยกันทำให้องค์กรดีขึ้น เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าเมื่อเป็นคนใหม่ในองค์กรนั้น การเข้าถึงพนักงานเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปกติทุกองค์กรจะมีคนอยู่ 3 ประเภท คือ
ประเภทแรก ยอมไปด้วยกับองค์กรซึ่งจะมีส่วนนี้ไม่มากเพราะเขายังไม่มีความเชื่อมั่นในตัวซีอีโอ
ประเภทที่สอง กลุ่มที่ไม่แน่ใจว่าจะร่วมมือดีหรือไม่ซึ่งก็ต้องพยายามทำให้คนกลุ่มนี้มาเป็นคนกลุ่มแรกให้ได้
ประเภทที่สาม คนที่ไม่ยอมไปด้วยซึ่งก็ต้องพยายามให้ดีที่สุดก่อน แต่ถ้าเขาไม่เห็นด้วยก็ต้องพยายามจัดสรรงานที่เหมาะกับเขาแต่ก็ต้องทำงานให้มีความสุขด้วย
“สิ่งสำคัญสุดในการขอความร่วมมือ คือ การสื่อสารที่รอบคอบ โดยเราหรือผู้บริหารต้องลงไปคลุกคลีกับทุกคนที่เรามีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ทีมงาน ลูกน้อง พนักงานเจ้านาย หรือแม้กระทั่งนักลงทุนด้วยการไปนำเสนอข้อมูล(โรดโชว์) ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการสื่อสารออกไปว่าองค์กรเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราจะมีการขาดทุนที่ลดลงและจะมีการเติบโตของกำไรที่มากขึ้น จนทุกวันนี้บริษัทเริ่มเป็นที่สนใจของนักลงทุนกลุ่มสถาบันทั้งในประเทศและนอกประเทศมากขึ้น ซึ่งเห็นชัดเจนจากที่เริ่มมีกองทุนไทยพวกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างๆ เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทมากขึ้น”
สำหรับรางวัล Best CSR นั้น เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญและลงมือทำมานาน โดยเน้นเรื่องการศึกษาเป็นอันดับแรก ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้มอบชุดอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมดีทีวีและเครื่องรับโทรทัศน์พร้อมติดตั้งให้แก่โรงเรียนที่อยู่ชนบทห่างไกลเข้าถึงการดูทีวีผ่านดาวเทียม ซึ่งเป็นการส่งเสริมการศึกษาแก่เยาวชนไทยให้ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกันทั่วประเทศ ทั้งหมดกว่า 2,000 โรงเรียนแล้ว
นอกจากนั้น บริษัทยังนำปัญหาหน้างานที่ลงพื้นที่แล้วไปเห็นและนำกลับมาสานต่อ อย่างเช่น การไปช่วยชุมชนในการปรับปรุงหน้าดินในชุมชนหนึ่ง ที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้สามารถกลับมาเพาะปลูกพืชการเกษตรได้ จากเดิมที่ในชุมชนนั้นมีแต่เด็กและคนชรา คนหนุ่มสาว หรือวัยกลางคน ที่ต้องทำมาหากินช่วยเหลือครอบครัวต้องเข้าเมืองไปหางานทำ เพราะที่บ้านไม่สามารถทำกินได้
ทั้งหมดนี้เพราะคนในองค์กรไทยคมได้ช่วยกันเธอกล่าวทิ้งท้าย







